9 ส.ค. 2554

Harddisk และการแบ่ง partition

ฮาร์ดดิสก์ (hard disk) หรือ จานบันทึกแบบแข็ง (ศัพท์บัญญัติ) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บรรจุข้อมูลแบบไม่ลบเลือน มีลักษณะเป็นจานโลหะที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กซึ่งหมุนอย่างรวดเร็วเมื่อทำงาน การติดตั้งเข้ากับตัวคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ผ่านการต่อเข้ากับมาเธอร์บอร์ด (motherboard) ที่มีอินเตอร์เฟซแบบขนาน (PATA) , แบบอนุกรม (SATA) และแบบเล็ก (SCSI) ทั้งยังสามารถต่อเข้าเครื่องจากภายนอกได้ผ่านทางสายยูเอสบี, สายไฟร์ไวร์ของบริษัท Apple ที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า รวมไปถึงอินเตอร์เฟซอนุกรมแบบต่อนอก (eSATA) ซึ่งทำให้การใช้ฮาร์ดดิสก์ทำได้สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อไม่มีคอมพิวเตอร์ถาวรเป็นของตนเอง
โดยในปี 2008 ได้มีการพัฒนาเป็น Hybrid drive และ SSD

ฮาร์ดดิสก์ SSD
ประวัิติ
ฮาร์ดดิสก์ที่มีกลไกแบบปัจจุบันถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2499 (1956) โดยนักประดิษฐ์ยุคบุกเบิกแห่งบริษัทไอบีเอ็ม เรย์โนล์ด จอห์นสัน ซึ่งในขณะนั้น ฮาร์ดดิสก์มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 20 นิ้ว มีความจุเพียงระดับเมกะไบต์เท่านั้น «โดยใช้หน่วยการเปรียบเทียบเป็น บระดับจิกะไบต์ในปัจจุบัน ซึ่ง 1,024MB = 1GB» ในตอนแรกใช้ชื่อเรียกว่า ‘ฟิกส์ดิสก์ fixed disk หรือจานบันทึกที่ติดอยู่กับที่ ในบริษัท IBM เรียกว่า วินเชสเตอร์ส Winchesters
ต่อมาภายหลังจึงเรียกว่า ฮาร์ดดิสก์ จานบันทึกแบบแข็ง เพื่อจำแนกประเภทออกจาก ฟลอปปี้ดิสก์ จานบันทึกแบบอ่อน
ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ฮาร์ดดิสก์สามารถพบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไม่เฉพาะภายในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกด้วย เช่น เครื่องเล่นเอ็มพีทรี, เครื่องบันทึกภาพดิจิทัล, กล้องถ่ายรูป, คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา PDA จนกระทั่งภายใน โทรศัพท์มือถือ บางรุ่นตั้งแต่ภายในปี พ.ศ. 2548เป็นต้นมาเช่นยี่ห้อ (โนเกีย และ ซัมซุง สองบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายแรกที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่มีฮาร์ดดิสก์

หลักการทำงาน

หลักการบันทึกข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ไม่ได้แตกต่างจากการบันทึกลงบนเทปคาสเซ็ทเลย เพราะทั้งคู่ต้องใช้สารบันทึกคือสารแม่เหล็กเหมือนกัน สารแม่เหล็กนี้สามารถลบหรือเขียนได้ใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อบันทึกหรือเขียนไปแล้ว มันสามารถจำรูปแบบเดิมได้เป็นเวลาหลายปี ความแตกต่างระหว่างเทปคาสเซ็ทกับฮาร์ดดิสก์มีดังนี้ สารแม่เหล็กในเทปคาสเซ็ท ถูกเคลือบอยู่บนแผ่นพลาสติกขนาดเล็ก เป็นแถบยาว แต่ในฮาร์ดดิสก์ สารแม่เหล็กนี้ จะถูกเคลือบอยู่บนแผ่นแก้ว หรือแผ่นอะลูมิเนียมที่มีความเรียบมากจนเหมือนกับกระจก
สำหรับเทปคาสเซ็ท ถ้าคุณต้องการเข้าถึงข้อมูลในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ก็จะต้องเลื่อนแผ่นเทปไปที่หัวอ่าน โดยการกรอเทป ซึ่งต้องใช้เวลาหลายนาที ถ้าเทปมีความยาวมาก แต่สำหรับฮาร์ดดิสก์ หัวอ่านสามารถเคลื่อนตัวไปหาตำแหน่งที่ต้องการในเกือบจะทันที
แผ่นเทปจะเคลื่อนที่ผ่านหัวอ่านเทปด้วยความเร็ว 2 นิ้วต่อวินาที (5.08 เซนติเมตรต่อวินาที) แต่สำหรับหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ จะวิ่งอยู่บนแผ่นบันทึกข้อมูล ที่ความเร็วในการหมุนถึง 3000 นิ้วต่อวินาที (ประมาณ 170 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เก็บอยู่ในรูปของโดเมนแม่เหล็ก ที่มีขนาดเล็กมากๆ เมื่อเทียบกับโดเมนของเทปแม่เหล็ก ขนาดของโดเมนนี้ยิ่งมีขนาดเล็กเท่าไร ความจุของฮาร์ดดิสก์จะยิ่งมีขนาดเพิ่มขึ้นเท่านั้น และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในเวลาสั้น
เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะปัจจุบันจะมีความจุของฮาร์ดดิสก์ประมาณ 60 ถึง 200 จิกะไบต์ ข้อมูลที่เก็บลงในฮาร์ดดิสก์ เก็บอยู่ในรูปของไฟล์ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่เรียกว่า ไบต์ : ไบต์คือรหัส แอสกี้ ที่แสดงออกไปตัวอักษร รูปภาพ วีดีโอ และเสียง โดยที่ไบต์จำนวนมากมาย รวมกันเป็นคำสั่ง หรือโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ มีหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์อ่านข้อมูลเหล่านี้ และนำข้อมูลออกมา ผ่านไปยังตัวประมวลผล เพื่อคำนวณและแปรผลต่อไป
เราสามารถคิดประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์ได้ 2 ทางคือ อัตราการไหลของข้อมูล (Data rate) คือจำนวนไบต์ต่อวินาที ที่หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์สามารถจะส่งไปให้กับซีพียูหรือตัวประมวลผล ซึ่งปกติมีอัตราประมาณ 5 ถึง 40 เมกะไบต์ต่อวินาที
เวลาค้นหา (Seek time) เวลาที่ข้อมูลถูกส่งไปให้กับซีพียู โดยปกติประมาณ 10 ถึง 20 มิลลิวินาที
hdd
ภายในของ Harddisk
การเก็บข้อมูล
ข้อมูลที่เก็บลงในฮาร์ดดิสก์จะอยู่บนเซกเตอร์และแทร็ก แทร็กเป็นรูปวงกลม ส่วนเซกเตอร์เป็นเสี้ยวหนึ่งของวงกลม อยู่ภายในแทร็กดังรูป แทร็กแสดงด้วยสีเหลือง ส่วนเซกเตอร์แสดงด้วยสีแดง ภายในเซกเตอร์จะมีจำนวนไบต์คงที่ ยกตัวอย่างเช่น 256 ถึง 512 ขึ้นอยู่กับว่าระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์จะจัดการแบ่งในลักษณะใด เซกเตอร์หลายๆ เซกเตอร์รวมกันเรียกว่า คลัสเตอร์ (Clusters) ขั้นตอน ฟอร์แมต ที่เรียกว่า การฟอร์แมตระดับต่ำ (Low -level format ) เป็นการสร้างแทร็กและเซกเตอร์ใหม่ ส่วนการฟอร์แมตระดับสูง (High-level format) ไม่ได้ไปยุ่งกับแทร็กหรือเซกเตอร์ แต่เป็นการเขียน FAT ซึ่งเป็นการเตรียมดิสก์เพื่อที่เก็บข้อมูลเท่านั้น

ลักษณะการเก็บข้อมูล
ขอบคุณข้อมูลตรงส่วนนี้จาก “วิกิ พีเดีย” ครับ
การแบ่ง Patition
แหม! อายจัง ไปลอกข้อมูลจาก วิกิพีเดียมาทั้งแท่งเลย ก็แบบว่าเค้าทำไว้ดีแล้วนี่ครับเลยไม่ต้องมาเขียนเองแต่ตรงส่วนนี้
เขียนเองนะครับเรามาดูกันดีกว่าว่าเหตุใดเราถึงต้องมีการแบ่ง patition กัน
การแบ่งพาร์ติชั่นคือ การแบ่งพื้นที่ ของ hdd 1 ก้อน ออกเป็นส่วน ๆ ประโยชน์เพื่อใช้ในการแยกเก็บข้อมูลไม่ให้มันกระจุกตัว
กันมากจนเกินไปจะส่งผลให้การค้นหาข้อมูลช้าลงและยังมีความสะดวกในด้านการเก็บรักษาข้อมูลในกรณีที่เราต้องลง OS ใหม่
ถ้าเราไม่แบ่งพาร์ติชั่น HDD ไว้เราก็ต้องถอด HDD ไปต่อกับเครื่องอื่นเพื่อ เก็บสำรองข้ำมูลในเครื่องซึ่งเป็นการเสียทั้งเวลาและ
ค่าใช้จ่าย
เอาหล่ะครับพอรู้ว่าการแบ่งพาร์ติชั่นสำคัญไฉนแล้ว เราก็มาเริ่มแบ่งกันเลยดีก่าว  เริ่มต้นจากการซื้อ HDD กันก่อนเลยครับ
เมื่อเราซื้อ HDD มาแล้วเราต้องคิดในใจเลยว่าเราจะแบ่ง กี่ Drive ขนาดเท่าไหร่บ้าง วิธีที่ผมใช้หลัก ๆ ก็มีอยู่ 2 วิธีนะครับคือแบ่ง
2 พาร์ติชั่นและ 3 พาร์ติชั่น พาร์ติชั่นแรกที่ เป็น c: นั้นผมจะแบ่ง ไม่เกิน 50 GB ครับ เอาไว้เก็บ windows กับโปรแกรมส่วนที่ 2 และ 3 คือไว้เก็บข้อมูลต่าง ๆ
ไว้เก็บข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้นถ้าผมซื้อ HDD ขนาด 500 GB มา Drive c: ก็ต้องคิดเป็น 10 เปอร์เซนต์ของทั้งหมด ก็คือ 50 GB
(แต่ตามหลักแล้วไม่ถึงหรอกครับ อาจจะซัก 14-15 เปอร์เซนต์ก็ได้) และพื้นที่ ๆ เหลือ อีก 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ก็ให้เป็น D: และ E:
นั่นก็เท่ากับ 450/2 =Drive ละ 225 GB ครับ (จริง ๆ ก็ ไม่ถึงหรอกครับอาจหาไปซักตัวละ 8-9 GB)
อันข้างบนคือตัวอย่าง คร่าว ๆ พอเข้าใจนะครับคราวนี้เรามาลองแบ่ง จริง กันจะได้ เห็ฯภาพ แต่ HDD ที่ผมเอามาแบ่งเป็นตัว
อย่างนี่ขนาดน้อยนิดนึงนะครับ 40 GB เพราะผมเหลือที่แบ่งได้เท่านี้จริง ๆ นอกนั้นใช้งานหมด ก็ลองเปรียบเทียบกันดูนะครับ
ริ่มต้น FDISK
ก่อนอื่นให้เพื่อนทำแผ่น BOOT CD ใส่ในเครื่องก่อนครับถ้าใครยังไม่มีโหลดได้เลย ที่นี่ โหลดมาเป็นไฟล์ .IMG ครับ
ไรท์ด้วยโปรแกรมไรท์ CD ของคุณจากนั้น Restart computer เข้า BIOS เปลี่่ยน FIRST BOOT เป็น CD-ROM
bios
1. เปลี่ยน First boot เป็น CD-Rom ก่อนครับ (บทความหน้าจะเขียนวิธีเซทไบออสอย่างละเอียดนะครับ)
จากนั้นใส่ CD-Rom ลงไปเพื่อให้เครื่องบูตจาก CD ครับ
dos
2.
เมื่อ CD BOOT แล้วจะมีหน้าตาเช่นนี้ครับ ให้เพื่อน ๆ กดEnter ที่ 1 หรือ 2 ก็ได้ เพราะ CD แผ่นนี้ไม่มีอะไรติดมายก
เว้น DOS ครับ
ap
3.เมื่อขึ้น A:\>_(อ่านว่า เอ พร็อม) ก็ให้คุณพิมพ์คำว่า FDISK แล้วกด Enter ครับ
ฟย
4.จากนั้นโปรแกรมจะถามว่าคุณต้องการ enable large disk support หรือเปล่า นั่นหมายความว่า
คุณต้องการที่จะใฃ้ FAT 32 หรือ เปล่า ตอบ YES ครับ ถ้าตอบ NO จะได้ FAT 16 (1 พาติชั่นจะแบ่งได้ไม่เกิน 2 GB เค้าไม่ใช้กันแล้วครับ)
fdisk
5.จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอของโปรแกรม Fdisk ครับ ถ้า Harddisk ที่คุณซื้อมาใหม่ ๆ ตอนนี้ ทางโรงงานเค้าจะสร้าง พาร์ติชั่นมาให้คุณ 1 พาร์ติชั่นครับคือ C: คุณจะต้องทำการลบมันออกไปก่อน แต่ HDD ตัวอย่างนี้มีการแบ่งไว้แล้ว 2 พาติชั่น
ครับดังนั้นผมจะบอกวิธีการลบ harddisk ที่มีมากกว่า 1 พาร์ติชั่นให้ซึ่งเป็นประโยชน์มากครับ
ให้คุณ กด เลข 3 ครับเพื่อเลือกหัวข้อ Delete partition of logical dos drive
d
6.หลักในการลบพาร์ติชั่นคือคุณต้องลบจากส่วนย่อยที่สุดก่อนแล้วไล่มาเรื่อย ๆ ครับส่วนย่อยที่สุดก็คือ Logical dos drive
ครับ (ส่วน Non-dos คือพาร์ติชั่นที่ ไม่ใช่ FAT16และ32 เช่น NTFS หรือ Linux ต้องลบด้วยคำสั่งนี้ครับ แต่ส่วนใหญ่จะลบ
NTFS ไม่ค่อยได้เดี๋ยวผมจะได้นำเอา ฟรีแวร์ที่ใช้จัดการ พาร์ติชั่นมานำเสนอกันครับ)
ตอนนี้ให้คุณกดเลข 3 แล้ว Enter
delpar
7.เมื่อเข้ามาปุ๊บโปรแกรมก็จะให้เราเลือกว่าเราจะลบ Drive อะไร ถ้าเพื่อนๆแบ่งหลาย Drive ก็จะขึ้นหลายอันแต่นี่แบ่งไว้
แค่ 1 เราก็ พิมพ์ D แล้วกด Enter ครับ

8.จากนั้นโปรแกรมจะถามย้ำอีกครั้งและให้คุณใส่ Volume Label ของ Drive ที่ต้องการจะลบครับ ก็ให้คุณใส่ให้ถูกด้วยนะครับ
9.เมื่อลบเสร็จโปรแกรมจะขึ้นว่า “NO LOGICAL DRIVES DEFIEND” แปลว่า ไม่มีโลจิโคลไดร์ฟแล้วครับให้เรา
กด ESC เพื่อที่จะกลับไปที่หน้าเมนูDELETE และให้เพื่อน ๆ ไปเลือกหัวข้อที่ 2 Delete Extended partition  เพื่อลบ
ส่วนของ Extended (ส่วนที่ครอบ Logical ทั้งหมดอยู่ ถ้าคุณลบ Logical ไม่หมดจะไม่สามารถลบ Extended ได้นะครับ)
del
10.จากนั้นเข้าสู่หน้าจอ การลบ Extended partition ก็ให้เพื่อน ๆ กด Y และกด ENTER
del
11.จ๊าง! Extended partition หายไปแล้ว ก็ให้คุณกด ESC ออกมาที่หน้าเมนู DELETE ได้เลย
แล้วเลือกหัวข้อที่ 1 คือ Delete Primary dos partition ได้เลย อันนี้ละไว้นะครับเพราะลบเหมือนกับ EXTENDED
เมื่อลบ Primary ได้แล้วก็ เท่ากับ HDD ของเราว่างเปล่าแล้วครับทีนี้เราก็มาเตรียมสร้างพาร์ติชัั่นที่เราต้องการกันได้เลย
การสร้าง พาร์ติชั่น
เราจะมาเริ่มสร้าง พาร์ติชั่นจากที่คำนวนไว้ในตอนต้นกันครับแต่ในเคสนี้ HDD มีพื้นที่น้อยดังนั้นผมจะแบ่งตามความเหมาะ
สมนะครับ

1.ย้อนกลับมาที่เมนูหลัก เลือกหัวข้อที่ 1 ครับ Create DOS partition~ เพืื่อเตรียมสร้างพาร์ติชั่นกันครับ
ให้คุณเลือกหัวข้อ Create primary DOS partition (1)  แล้ว กด Enter ครับ
primary
2.โปรแกรมจะทำการตรวจสอบ รอสักครู่ (ถ้า Hdd ใหญ่มากก็ต้องรอครู่ใหญ่ ๆ นะครับ)
pri2
3จากนั้นตรงนี้สำคัญที่สุดนะครับหลายคนพลาดมาแล้ว โปรแกรมจะถามว่าคุณต้องการนำพื้นที่ทั้งหมดมาทำเป็น Primeary หรือไม่ให้คุณตอบ N นะครับ ถ้าตอบ Y HDD ของคุณก็จะเหลือพาร์ติชั่นเดียวต้องมานั่งลบกันอีกรอบ)
pri3
4.จากนั้นโปรแกรมจะให้คุณใส่จำนวนพื้นที่ ๆ ต้องการจะให้เป็น Primary (C:) ให้คุณใส่เป็นเปอร์เซนต์ดีกวา่่าคำนวนง่ายดี
ในที่ นี้ 45% ของ HDD 40 GB ก็คือ 0.45X40=ประมาณ 18 GB ครับ เวลาใส่อย่าลืมตัว % ด้วยไม่งั้นหล่ะได้แค่ 45 MB ไม่รู้นะ
จากนั้นกด ESC ออกมาเลือกหัวข้อ ที่ 2 Create Extended partition ครับ
ext
5.เมื่อเข้ามาแล้วโปรแกรมจะสร้าง Extended ให้คุณโดยอัตโนมัติครับ รอครู่เล็กใหญ่ตามขนาด HDD ครับ

6.จากนั้นโปรแกรมจะถามว่าคุณต้องการนำพื้นที่ที่เหลือทั้งหมดมาสร้างเป็น Extended หรือเปล่าคุณต้องใส่พื้นที่ทั้งหมด
ที่เหลือของ HDD ลงไปนะครับถึงแม้คุณจะต้องแบ่งหลายพาร์ติชั่นก็ตามเพราะ Extended คือส่วนที่ครอบทั้งหมดของ Logical
ไว้หากคุณไม่เอาพื้นที่ ๆ เหลือทั้งหมดสร้าง Extended พื้นที่ส่วนที่ไม่ได้เป็น Extended ก็จะใช้ประโยชน์ไม่ได้ (ถ้างงอ่านอีกเที่ยว
นะครับ) กด Enter โปรแกรมก็จะสร้าง Logical ให้คุณโดยอัตโนมัติครับตอนนี้แหล่ะถ้าคุณต้องการแบ่งมากกว่า 2 พาร์ติชั่น
ก็ให้มากำหนดช่วงนี้ให้คุณมองพื้นที่ ๆ เหลือทั้งหมด เป็น 100% คือตอนนี้เหลือประมาณ 21 GB ครับก็ให้แบ่งเอาว่าจะเอาDrive
]ละเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่ผมก็จะ 50/50 กันงง กันไป

7.เมื่อแบ่งแล้วก็จะได้ ตามภาพครับ จากนั้น กด ESC มาที่เมนเมนูเพื่อจะทำขั้นตอนสุดท้ายคือการ Set Active partition

8. เลือกหัวข้อที่ 2 ครับ Set active partition เพื่อบอกให้ OS ที่เราจะลงรู้ว่าควรลงที่ใดก่อน ก็ให้เซทที่ primary เสมอครับ
จากนั้น กด ESC หลาย ๆ ครั้งเพื่อออกจากโปรแกรมตรงนี้ก็สำคัญอีกครับคือเมื่อคุณออกจากโปรแกรมมาที่ A Prompt แล้ว
ให้คุณกด CTRL+ALT+DEL เพื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่เป็นการยอมรับการแบ่งพาร์ติชั่นนะครับ ไม่งั้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็จะ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเชียว
เลือก FAT
ถึงเวลาตัดสินใจแล้วครับว่าจะเลือก FAT แบบไหนดีระหว่าง FAT32 และ NTFS  ถ้าคุณเลือก FAT 32 ก็ให้คุณ Format โดยใช้คำสั่ง Dos ครับคือ เมื่อเครื่องRestary ขึ้น A:\:  แล้วให้พิมพ์ Format c: แล้วกด  Enter กด Y แล้วรอจนมัน Format เสร็จ
และทำกับ Drive ที่เหลือทั้งหมด
แต่ถ้าคุณต้องการให้เป็น NTFS คุณก็ใช้แผ่น Windos XP หรืออื่่น ๆ Format ได้เลยโดยคำสั่ง Format จะอยู่ในขั้นตอนการติด
ตั้งอยู่แล้ว ส่วน Drive อื่น ๆ ก็ไป Format กันใน Windows ครับ
ข้อดี-ด้อยของ FAT ทั้ง 2
FAT 32 ข้อดี -สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการทั้งเก่าและใหม่เช่น DOS 6.22 Windows 95,98,MEและ XP
ง่ายต่อการจัดการหากมีปัญหาเช่นการติดไวรัสแบบ Autorun  และง่ายต่อการ Backup
ข้อด้อย -มีข้อจำกัดเรื่องขนาดของไฟล์ที่จะเก็บได้ (ไม่เกิน 4 GB ต่อ 1 ไฟล์)
1patition ของ FAT 32 แบ่งได้ไม่เกิน 100 GB (จากประสบการณ์จริงที่เคยใช้มา)
NTFS ข้อดี -มีความปลอดภัยสูง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดของไฟล์สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า Hdd แบบ FAT                                                  32           ในปริมาณพื้นที่ ๆ เท่ากัน
ข้อด้อย   DOS มองไม่เห็นทำให้เวลาติดไวรัสประเภท Autorun กำจัดได้ยากกว่า และมักจะมีการ Format
ผิด Drive บ่อย ๆ ในกรณีที่ใช้ Fat 32 และ NTFS ร่วมกัน คือถ้า เราใช้ C เป็น NTFS และ Dกับ E
เป็น FAT32 พอบูทด้วยแผ่น DOS จะไม่เห็น C และ D,E จะกลายเป็น C,D ตามลำดับ เราเลย                                                           Format ผิด
บทหน้าเรามาดูวิธีการติดตั้ง windows ตระกูลต่าง ๆ กันครับ
ขอบคุณข้อมูลดี ๆบางส่วนใน วิกิพีเดี

5 ส.ค. 2554

การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ

การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ




    1. ประเภทของทรัพยากร
  1. ทรัพยากรประเภทใช้แล้วไม่หมดสิ้นไป
    - แบบคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
    - แบบเปลี่ยนแปลงสภาพ
  2. ทรัพยากรประเภทใช้แล้วทดแทนได้
  3. ทรัพยากรประเภทใช้แล้วนำมาใช้ใหม่ได้
  4. ทรัพยากรประเภทใช้แล้วหมดสิ้นไป

    2. ทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
  2. ซอฟท์แวร์ (Software)
  3. พีเพิลแวร์ (Peopleware)

    3. ปัจจัยคุณภาพของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
  1. ทรัพยากร (HW, SW, PW)
  2. งบประมาณ
  3. ประสิทธิภาพ

    4. กุญแจสำคัญในการจัดการทรัพยากร
  1. ลดขนาดองค์การ (Downsizing)
  2. เอาท์ซอร์ท (Outsource)
    - พัฒนาโปรแกรมประยุกต์
    - การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก
    - ข้อมูล หรือสารสนเทศ

    5. องค์ประกอบหลักของไอทีภิบาล (ไอที + ธรรมภิบาล) IT Governance COBIT (Control Objectives for Information and related Technology) ITIL (Information Technology Infrastructure Library)
  1. Strategic Alignment
    การใช้ทรัพยากรด้านไอที การวางแผนใช้ไอทีให้สอดคล้องกับธุรกิจนำพาธุรกิจถึงเป้าหมาย
  2. Value Delivery
    กระบวนการตรวจสอบและควบคุมการลงทุนด้านไอทีให้เป็นไปตามเป้าหมาย
  3. Resource Management
    การจัดการทรัพยากรไอที ผู้ใช้ กระบวนการ โครงสร้างของระบบ และที่เกี่ยวข้อง
  4. Risk Management
    การจัดการความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากกระบวนการทำงานของไอที
  5. Performance Measurement
    การใช้ไอทีเพื่อติดตาม ตรวจสอบ วัดประสิทธิผลของกระบวนการไอทีในองค์กร

    6. กระบวนการหลักของ COBIT
  1. การวางแผนและการจัดการองค์กร (Plan and Organize - PO)
  2. การจัดหาและการนำไปใช้ให้บรรลุผลสำเร็จ (Acquire and Implement - AI)
  3. การส่งมอบและการบำรุงรักษา (Deliver and Support - DS)
  4. การติดตามและประเมินผล (Monitor and Evaluate - ME)

    7. คุณภาพของสารสนเทศที่สำคัญ (Information Criteria)
  1. ประสิทธิผล (Efficiency)
  2. ประสิทธิภาพ (Effectiveness)
  3. ความลับ (Confidentiality)
  4. ความสมบูรณ์ (Integrity)
  5. ความพร้อมใช้ (Availability)
  6. การปฎิบัติตามระบบ (Compliance)
  7. ความน่าเชื่อถือของข้อมูล (Reliability) 


8. ขั้นตอนการจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
  1. ระบุความอันตราย (Hazard Identify)
  2. ประเมินความอันตราย (Hazard Assessment)
  3. พัฒนาวิธีควบคุม (Control Development)
  4. ดำเนินการควบคุม (Control Implement)
  5. ประเมินผล (Evaluation)


 ที่มา  http://www.thaiall.com/mis/mis18.htm

MIS เบื้องต้น

      1. ความหมาย ไอที (IT = Information Technology) หมายถึง การใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ เพื่อแปลง จัดเก็บ ป้องกัน ประมวลผล ส่งถ่าย เรียกใช้ และรักษาความมั่นคงของสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ทรัพยากรหนึ่งที่จำเป็นต่อการบริหารในองค์การ จึงต้องมีการจัดสรร จัดการอย่างเป็นระบบ ผ่านกลไกขององค์การ เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหา เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ หรือกระบวนการทำงาน เอ็มไอเอส (MIS = Management Information System) หมายถึง คำที่มักใช้ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่อ้างอิงถึง เทคโนโลยี กระบวนการ ระบบ และผู้คน ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และการประมวลผลสารสนเทศ

      2. การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย 3 ส่วน
    1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) : อุปกรณ์ที่มองเห็น จับต้องได้
    2. ซอฟท์แวร์ (Software) : ชุดคำสั่งควบคุมการทำงาน
    3. พีเพิลแวร์ (People) : ผู้ควบคุม และสั่งการ

      3. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System Component)
    1. หน่วยประมวลผลกลาง (CPU = Central Processing Unit)
    2. หน่วยความจำ (Memory Unit)
    3. หน่วยนำเข้าข้อมูล (Input Unit)
    4. หน่วยแสดงผลข้อมูล (Output Unit)
    5. หน่วยจัดเก็บข้อมูล (Storage)

      4. องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ (IT System Component)
    1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) : พีซี โน๊ตบุ๊ค เครื่องบริการ พีดีเอ สมาร์ทโฟน
    2. ซอฟท์แวร์ (Software) : ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมประยุกต์
    3. พีเพิลแวร์ (Peopleware) : นักเขียนโปรแกรม นักวิเคราะห์ระบบ ผู้จัดการโครงการ
    4. ข้อมูล และสารสนเทศ (Data & Information)
    5. กระบวนการ (Process) : บวก ลบ เรียง แยก จัดกลุ่ม ทำนาย
    6. วัตถุประสงค์ (Objective) : เป้าหมายชัดเจน

      5. ภาพของเทคโนโลยีในอดีต
    1. เริ่มต้นจากการใช้งานทางทหาร
    2. องค์กรใช้จัดการด้านการเงิน
    3. การประมวลผลข้อมูลเป็นหน้าที่หลัก
    4. คอมพิวเตอร์มีราคาสูง และขนาดใหญ่
    5. ใช้งานเฉพาะกลุ่ม ไม่แพร่หลาย

      6. ภาพของเทคโนโลยีในปัจจุบัน
    1. บริการได้อย่างหลากหลาย
    2. เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกลยุทธ์องค์กร
    3. กระทบต่อทุกหน่วยงาน
    4. มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น
    5. ผูกสารสนเทศทั้งองค์กรเข้าด้วยกัน

      7. บทบาทของไอที
    1. ไม่ได้บริการเฉพาะงานทางธุรกิจ
    2. เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ
    3. กระทบต่อทุกหน่วยงาน
    4. มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น
    5. ผูกสารสนเทศทั้งองค์กรเข้าด้วยกัน

      8. คุณสมบัติของข้อมูลที่ดี
    1. ถูกต้อง (Accurate)
    2. สอดคล้องกับงาน (Relevance)
    3. ตรวจสอบได้ (Verifiable)
    4. สมบูรณ์ครอบคลุม (Complete)
    5. เชื่อถือได้ (Reliable)
    6. ทันเวลา (Timeliness)

      9. เป้าหมายของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
    1. เพิ่มประสิทธิผล
    2. เพิ่มประสิทธิภาพ (ได้ประสิทธิผล และได้คุณภาพ)
    3. เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า
    4. ครองใจลูกค้า และปกป้องจากคู่แข่ง
    5. ขยายช่องทางผลิตภัณฑ์
    6. สร้างทางเลือกในการแข่งขัน
    7. ขยายโอกาสทางธุรกิจ

      10. ประโยชน์ของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ แยกรายการแบบที่ 1 ช่วยอะไรได้บ้าง
    1. ช่วยในการกำหนดกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการ
    2. ช่วยให้ได้สารสนเทศทันเวลา
    3. ช่วยตรวจสอบผลการดำเนินงานได้
    4. ช่วยวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และหาวิธีแก้ไข
    5. ช่วยลดค่าใช้จ่าย
      แยกรายการแบบที่ 2 เพิ่มอะไรได้บ้าง
    6. เพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร
    7. เพิ่มบูรณาการทั้งฝ่ายผู้ใช้และผู้ให้บริการสารสนเทศ
    8. เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ
    9. เพิ่มความสามารถในการผลิต
    10. เพิ่มโอกาสและขยายช่องทาง

      11. ข้อควรระวังในการจัดการระบบสารสนเทศ
    1. ความสามารถจัดการข้อมูล (Data Manipulation)
    2. ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security)
    3. ความยืดหยุ่น (Flexibility)
    4. ความพึงพอใจของผู้ใช้ (User Satisfaction)

      12. สิ่งที่ท้าทาย และปัญหาที่พบด้านไอที
    1. การควบคุมต้นทุน (Cost Control)
    2. การควบคุมผลิตภัณฑ์ (Product Control)
    3. การควบคุมข้อมูล (Data Control)

      13. โครงสร้างของการจัดการสารสนเทศมี 4 ระดับ
    1. ระดับวางแผนกลยุทธ์ นโยบาย และการตัดสินใจ (Top Management)
    2. ระดับวางแผนการปฏิบัติการ ในระดับยุทธวิธี (Middle Management)
    3. ระดับควบคุมการปฏิบัติการ (Bottom Management)
    4. ระดับปฏิบัติการ (Operation) 



      14. ระบบที่เกี่ยวกับระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
    1. ระบบสนับสนุนการบริหาร (ESS = Executive Support System)
      หมายถึง ระบบสารสนเทศที่รวมสารสนเทศทั้งหมด เพื่อให้การบริหารจัดการบรรลุวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร
    2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS = Decision Support System)
      หมายถึง ระบบสารสนเทศที่มีเพื่อช่วยแก้ปัญหา หรือนำเสนอทางเลือกให้แก่ผู้บริหาร
    3. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS = Management Information System)
      หมายถึง ระบบสารสนเทศที่ออกแบบเพื่อให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในแต่ละ งาน อาจเป็นระบบงานเดียว หรือเชื่อมโยงระบบทั้งองค์กรเข้าด้วยกัน
    4. ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS = Office Information System)
      หมายถึง ระบบเทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ช่วยให้การทำงานร่วมกัน และติดต่อสื่อสารในสำนักงาน และภายนอกมีประสิทธิภาพสูงสุด
    5. ระบบประมวลผลรายการ (TPS = Transaction Processing System)
      หมายถึง ระบบปฏิบัติการทางธุรกิจ ที่ดำเนินการภายในองค์การโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนให้แต่ละวันปฏิบัติการไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง

      15. แหล่งของสารสนเทศ
    1. แหล่งข้อมูลภายนอก (External Information)
    2. แหล่งข้อมูลภายใน (Internal Information)
      2.1 ที่ได้มาจากการประมวลผลข้อมูล (เช่น กำไร)
      2.2 ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประมวลผล (เช่น ชื่อบริษัท อัตราภาษี)
      2.3 ที่ได้จากผู้บริหารระดับต่าง ๆ (เช่น เป้าหมายปีนี้ ยอดขายแต่ละแผนก)

      16. วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ (Evolution)
    1. ค.ศ.1642 Blaise Pascal & Gotfried vod leibnitz พัฒนาเครื่องบวกเลขเพื่อจัดเก็บภาษี
    2. ค.ศ.1673 Joseph Jacqurad พัฒนาเครื่องประมวลผลกึ่งอัตโนมัติเพื่อใช้ในงานทอผ้า โดยใช้กระดาษแข็งเจาะรู (Punched Card) กำหนดให้เครื่องทำการทอผ้าตามลาย
    3. ค.ศ.1833 Charles Babbage เป็นคนแรกที่เสนอแนวคิดเครื่องคอมพิวเตอร์ดิจิทอลยุคใหม่ พัฒนาเครื่อง Difference Engine ที่ใช้แรงดันไอน้ำ คำนวณหาค่า Logarithm : Log และถูกยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์
    4. ค.ศ.1843 Augusta Ada Byron หรือ Ada Lovelace ใช้แนวคิดของ Charles มาใช้เลขฐานสอง โดยการเขียนโปรแกรมที่ใช้เลขฐานสองในบัตรเจาะรู ถูกยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก 


ที่มา :: http://www.thaiall.com/mis/mis01.htm

    30 ก.ค. 2554

    หวั่นล็อบบี้-บล็อกโหวต กสทช. 11 คน



    นักวิชาการด้านโทรคมนาคม เชื่อกระบวนการคัดเลือก กสทช.11 คน มีล็อบบี้ และบล็อกโหวต มากกว่าจัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ แฉหากถูกเลือกนักการเมืองบางคนจะไม่ยุ่งกับบางโครงการ ขณะที่ การคัดเลือกของวุฒิสภาจะมีขึ้นในวันที่ 5 ก.ย.นี้…
    วันที่ 29 ก.ค.นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยนชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ วุฒิสภา หรือ วิปวุฒิสภา กล่าวภายหลังการแสดงวิสัยทัศน์ผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นกสทช.จากว่าที่ผู้ผ่าน การคัดเลือกจำนวน 44 คน ว่า ขั้นตอนจากนี้จะจัดทำซีดีแจกจ่ายให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 150 คน เพื่อประมวลวิสัยทัศน์ ความรู้ ความสามารถผู้สมัคร ก่อนจะถึงวันลงคะแนนคัดเลือกกสทช.ให้ได้ 11 คน
    ทั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า จะเปิดประชุมวุฒิสภานัดแรกในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพื่อเสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อตรวจสอบประวัติทั้ง 44 คน อีกครั้ง โดยคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติจำนวน  25 คน จะต้องดูเรื่องคุณสมบัติข้อห้ามที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความ ถี่ฯ ใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์  ขณะที่ มีหลายหน่วยงานที่ต้องส่งประวัติไปตรวจสอบ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 18 ส.ค.นี้ และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด การลงคะแนนเลือกคัดเลือกกสทช. 11 จะมีขึ้นในวันที่ 5 ก.ย. โดยวันนั้นจะใช้วิธีการลงคะแนนลับ
    นายอานุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระด้านโทรคมนาคม กล่าวว่า การจัดเวทีของคณะกรรมาธิการที่มาจากวุฒิสภานั้น เป็นเพียงการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการคัดเลือกกสทช.11 คนเท่านั้น แม้ท้ายสุดจะแจกซีดีการแสดงวิสัยทัศน์ให้สว.ทั้ง 150 คนก็ตาม แต่เชื่อว่าจะมีสว.เพียง 25% เท่านั้นที่รับรู้วิสัยทัศน์จริงๆ นอกนั้นรับรู้จากการล็อบบี้แนะนำแบบตัวแต่ตัวของผู้สมัคร
    ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญที่ได้รับการบอกกล่าวจาก 1 ในว่าที่ผู้สมัคร กสทช.นั้น การแสดงวิสัยทัศน์ไม่อาจช่วยได้มากเท่ากับการล็อบบี้แนะนำตัวต่อสมาชิก วุฒิสภาโดยตรง เพื่อบอกกล่าวว่าเป็นใคร และสามารถรับข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาบางคนได้หรือไม่
    “1 ใน 44 ที่ผ่านมาคัดเลือก บอกว่าเค้าจำเป็นต้องล็อบบี้แนะนำตัว เพราะอาศัยเพียงแค่การแสดงวิสัยทัศน์นั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากเคยมีอดีตจากาการแสดงวิสัยทัศน์จากเคยลงสมัครเมื่อครั้งมีการคัด เลือกคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. มาแล้ว แต่พบว่าต่อให้วิสัยทัศน์ดีแค่ไหน ถ้าไม่เข้าถึงบรรดาสว. ก็ไม่สามารถทำให้เป็นที่รู้จัก และตอบสนองความต้องการบางอย่างที่สว.ต้องการได้” นายอานุภาพ กล่าว
    ขณะที่ ส่วนตัวเชื่อมั่นว่ากระบวนการคัดเลือก กสทช. 11 คน สิ่งที่น่าจับตาที่สุดไม่ใช่การล็อบบี้แนะนำตัวผู้สมัคร แต่คือการบล็อกโหวตจากบรรดาสมาชิกวุฒิสภา ที่ สว.จะบอกต่อกันว่าให้เลือกใคร แม้จะเชื่อได้ว่า สว.นั้น มีเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเหมือนส.ส. แต่ก็หลีกเลี่ยงกลุ่มการเมืองไม่ได้ นอจากนี้กลุ่มสว.ที่มาจากการเลือกตั้งที่ต้องมีฐานเสียงจากพรรคการเมืองใน จังหวัดนั้นๆ สนับสนุนด้วยเช่นกัน อีกทั้ง กลุ่มสว.ที่ยังไม่เข้ากลุ่มกับใคร แต่กลุ่มนี้จะรอดูว่ามีประเด็นที่เกี่ยวข้อง และมีส่วนได้เสียกับใครมากที่สุด ซึ่งคะแนนเหล่านี้จะเป็นคะแนนที่น่ากลัวในการชี้นำทิศทาง


    โพสโดย ข่าวไอที
    / ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 29 – 07 – 2554

    ดีแทคออกของสะสมคอลเล็กชันใหม่ “feel goood in the Sun"



    ดีแทค ต้อนรับความสดใสด้วยของพรีเมี่ยมคอลเล็กชั่นล่าสุด “feel goood in the Sun” ฝีมือแป้ง ภัทรีดา ลายเส้นน่ารักชวนให้สะสม ซื้อได้ที่ดีแทคเฮ้าส์ อาคารจามจุรีสแควร์ และสั่งผ่านออนไลน์…
    บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดตัวพรีเมี่ยมคอลเล็กชันล่าสุด “feel goood in the Sun Collection” ของสะสมจากฝีมือการออกแบบโดย แป้ง-ภัทรีดา ประสานทอง โดยของสะสมในคอลเล็กชันดังกล่าว ประกอบด้วย ลูกบอลชายหาด เสื่อพร้อมถุงพกพา เสื้อแจ็กเก็ต เสื้อยืด เสื้อเชี้ต หมอนผ้าห่ม ชุดจานชาม กระเป๋า สมุด ปากกา ซองใช่โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอื่นๆ โดยผู้สนใจสามารถพบกับความสดใสอารมณ์ดีของพรีเมี่ยมชุด “feel goood in the Sun Collection by Pang Pattreeda” และคอลเล็กชันอื่นๆ จากดีแทคและแฮปปี้ ได้ที่ดีแทคเฮ้าส์ อาคารจามจุรีสแควร์ หรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ www.dtacgiftshop.com


    โพสโดย ข่าวไอที
    / ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 30 – 07 – 2554

    28 ก.ค. 2554

    Google Wave เตรียมเปิด Beta

    Google_wave

    Google Wave เตรียมเปิด Beta


    Google Wave แอพพลิเคชั่นใหม่จากกูเกิ้ล เตรียม เปิดเบต้าและแจกแอคเคาท์ทดสอบจำนวน 100,000 แอคเคาท์ในวันพุธที่ 1 นี้



    เว็บแอพพลิเคชั่นใหม่จากกูเกิ้ลในนาม Google Wave เป็นการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานกันระหว่าอีเมลล์ แชท เอกสาร เว็บบล๊อค และการแชร์รูปภาพ โดยเรียกรูปแบบการสื่อสารนี้ว่า "hosted conversation" หรือ "wave"
    กูเกิ้ลได้สาธิต wave ครั้งแรกที่งานสัมนาผู้พัฒนาซอฟแวร์ Google I/O ที่ซาน ฟรานซิสโกเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยได้มีการแจกแอคเคาท์ทดสอบจำนวนจำกัดเพื่อช่วยทดสอบโปรแกรมก่อนการเปิดใช้ จริงสิ้นปีนี้
    หนึ่งในผู้สร้างเวฟ Jens และ Lars Rasmussen พี่น้องชาวออสเตเรียซึ่งยังเป็นผู้สร้าง Google Map อีกด้วย กล่าวว่าในที่สุดแล้ว Google Wave จะเป็นช่องทางที่ผู้คนสื่อสารกันผ่านอินเตอร์เนตแทนที่อีเมลล์ในปัจจุบัน
    "มันควรจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักและใช้" Jens Rasmussen กล่าว โดยในเวฟนั้นการสื่อสารที่คล้ายๆกับ e-mail จะสามารถถูกแก้ไขได้โดยผู้ร่วมสนทนาหลายๆคนพร้อมๆกัน และผู้ใช้จะสามารถแชทเกี่ยวกับเอกสารในเวฟแบบ real time คือทุกคนจะเห็นว่าคนอื่นกำลังพิมพ์อะไร และหากใครเข้ามาทีหลังก็จะสามารถสั่ง replay ทุกๆการสนทนาที่เคยเกิดขึ้นได้ 
    พี่น้อง Rasmussens หวังว่าฟังก์ชั่นเหล่านี้จะทำให้สังคมออนไลน์มีประสิทธิภาพดีมากขึ้น และเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกัน
    Jens Rasmussen กล่าวว่า e-mail เป็นจดหมายแบบ snail mail ในเวอร์ชั่นของคอมพิวเตอร์ ขณะที่เวฟจะเป็นอะไรที่ใหม่ การสื่อสารแบบ real time ซึ่งออกแบบสำหรับอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วและสามารถทำหลายๆอย่างได้พร้อมๆกัน ในปัจจุบัน
    นักคอมพิวเตอร์หลายๆคนสนับสนุนเวฟและแทบจะอดใจรอไม่ไหวกับการเปิดตัว ของมัน แต่ก็ยังมีหลายคนเป็นห่วงว่ามันอาจจะซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้ใช้งานเว็บส่วน ใหญ่
    ในวีดีโอการสาธิตเวฟนั้น พี่น้อง Rasmussens ได้ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการอธิบายเวฟ และจากรีวิวแรกๆของผู้ใช้ก็จะเห็นว่ายังมีข้อบกพร่องในแอพพลิเคชั่นอยู่ หลายๆจุด แต่อย่างไรก็ตาม หลายๆรีวิวก็ได้ให้ความเห็นว่าเวฟจะสามารถเป็นรูปแบบใฟม่ของการสื่อสารบน อินเตอร์เน็ตได้อย่างแน่นอน
    แปลและเรียบเรียงจาก CNN

    "แท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน" ไล่บี้โน้ตบุ๊กในคอมมาร์ต

    "แท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน" ไล่บี้โน้ตบุ๊กในคอมมาร์ต
    คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
    2 เด็กน้อยในงานคอมมาร์ตกำลังสนุกกับเกม ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่ด้านหลังกำลังฟังข้อมูลของแท็บเล็ตอย่างตั้งใจ ล่าสุดผุู้จัดงานคอมมาร์ตกำลังจับตาว่าแท็บเล็ตจะทำยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากงานซีมาร์ตครั้งก่อนได้หรือไม่

    นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด กับสมาร์ทโฟนเอเซอร์ที่นำมาเปิดตลาดในงาน

    ปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต

    ตลาด ไอทีไทยครึ่งปีหลังสดใส ผู้จัดงานคอมมาร์ตเชื่อเศรษฐกิจดี-ความเชื่อมั่นมา-เทคโนโลยีพร้อม ส่อแววเติบโต 14% ตามคาด ระบุเบอร์หนึ่งสินค้าขายดียังคงเป็นโน้ตบุ๊ก กระแสแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมาแรงส่งผลอันดับสินค้าขายดีในงานเปลี่ยนแซง สินค้าเบ็ดเตล็ดกลุ่มเก็ดเจ็ดและกล้องดิจิตอล การันตียอดถึง 3,200 ล้านบาทแน่นอน

    นายปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวระหว่างการเปิดงานคอมมาร์ต เอ็กซ์เจน 2011 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า ยอดเงินสะพัดในงานครั้งนี้ที่คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,200 ล้านบาท เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตลาดไอทีไทยเติบโตตามเป้าหมาย 14% ในปีนี้ โดยมั่นใจว่าครึ่งปีหลังของปี 2011 จะเป็นช่วงขาขึ้นของตลาดไอทีไทยซึ่งสอดรับกับช่วงที่ประเทศมีรัฐบาลใหม่พอดี

    "ตลาดครึ่งปีหลังสดใส เศรษฐกิจดี ความเชื่อมั่นมา เทคโนโลยีพร้อม ผู้ค้ารู้ว่าจะไปทางไหน ปีที่แล้วเป็นแกงโฮะ แท็บเล็ตในตลาดมีทั้งรุ่นหน้าจอ 5, 7, 8, 9 และ 10 นิ้วปะปนกันไป ปีนี้ผู้ค้ารู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ตลาดปีนี้จึงชัดเจนขึ้น คาดว่า สินค้าที่ขายดีในงานอันดับ 1 คือ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม อันดับที่ 2 และ 3 ยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต อันดับที่ 4 คืออุปกรณ์ต่อพ่วงและเก็ดเจ็ด อันดับที่ 5 คือกล้องดิจิตอล"

    คอมมาร์ตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้จัดมองว่าแท็บเล็ตจะเป็นสินค้าขายดี ติดอันดับ 1 ใน 3 เนื่องจากงานคอมมาร์ต ซีมาร์ต 2011 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แท็บเล็ตคือสินค้าที่ขายดีอันดับ 2 ในงาน ครั้งนั้นสินค้าที่ขายดีที่สุดอันดับหนึ่งคือ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ด้วยยอดขายรวมทั้งงาน 1,044 ล้านบาท รองลงมาคือ แท็บเล็ต ยอดขาย 180 ล้านบาท ส่วนอันดับสามเป็นของสมาร์ทโฟน

    "เรากำลังจับตาว่าแท็บเล็ตจะทำยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากงานซีมาร์ตครั้งก่อนได้หรือไม่"

    ยอดขายแท็บเล็ตในงานคอมมาร์ตถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2011 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม แท็บเล็ตนั้นมียอดขายอยู่ที่อันดับ 8 ทำรายได้เพียง 61 ล้านบาทเท่านั้น โดยคอมมาร์ตครั้งนั้นโน้ตบุ๊กสามารถทำยอดขายในงาน 1,900 ล้านบาท อันดับ 2 คือสมาร์ทโฟน ด้วยยอดขาย 335 ล้านบาท อันดับ 3 คืออุปกรณ์เสริม 275 ล้านบาท

    ***เอเซอร์-โตชิบาขอยอดขายเกินหมื่นเครื่อง

    นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า วางเป้าหมายจำหน่ายสินค้าแบรนด์เอเซอร์ตลอดการจัดงาน 4 วันไว้ที่ 9,000-12,000 เครื่อง คงที่จากปีที่แล้วเนื่องจากสถานที่การจัดงานเท่าเดิม ขณะที่นายสุธี วงศ์วัฒนากุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด คาดว่า จะสามารถจำหน่ายสินค้าแบรนด์โตชิบาในงานได้ 10,000 เครื่อง

    ผู้บริหารเอเซอร์และโตชิบาต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า คอมพิวเตอร์จะยังเป็นสินค้าที่ขายดีอันดับหนึ่งในงานเช่นเดียวกับคอมมาร์ ตทุกครั้งที่ผ่านมา โดยนายนิธิพัทธ์เชื่อว่า สินค้าเอเซอร์กว่า 80% ที่ขายได้ในงานจะเป็นโน้ตบุ๊ก รองลงมาคือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และแท็บเล็ต โดยยอมรับสมาร์ทโฟนเอเซอร์ยังมีส่วนแบ่งรายได้ที่ต่ำ

    "ยอดขายแท็บเล็ตอาจจะมีลุ้นแซงโน้ตบุ๊กได้ในงานช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะผู้ผลิตทุกรายจะพร้อมออกสินค้ามากกว่าคอมมาร์ตครั้งนี้" นิธิพัทธ์กล่าว โดยระบุว่ากระแสแท็บเล็ตไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อยอดขายโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กเอเซอร์ เนื่องจากเป็นกลุ่มตลาดที่มีจุดขายต่างกัน

    ด้านนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า เอปสันไม่เน้นจำหน่ายสินค้าในงาน แต่จะโชว์นวัตกรรมเป็นหลักเพื่อสร้างแบรนด์ให้คนไทยจำได้ คาดว่าเอปสันจะเติบโตในตลาดอิงค์เจ็ทได้อีก 10%

    ***ตลาดไทยสดใส

    ปฐมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทวิจัย ไอดีซี ได้มีการปรับยอดขายตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยเพิ่มจาก 2.4 ล้านเครื่องเป็น 2.5 ล้านเครื่องในปีนี้ และคาดว่ายอดขายแท็บเล็ตในไทยจะเพิ่มจาก 2 แสนเครื่องเป็น 3 แสนเครื่อง ขณะที่สมาร์ทโฟนจะเกิน 3 ล้านเครื่อง ถือเป็นปีแรกที่สมาร์ทโฟนมีสัดส่วนราว 40% ของตลาดโทรศัพท์มือถือรวม

    "ตลาดโตสูง โปรโมชันสินค้าในงานนี้ก็เลยไปตามนั้น งานครั้งนี้ทะลุเป้าแน่ๆ 3,200 ล้านบาท"

    นายปฐมระบุว่า ปัจจัยลบในตลาดไอทีไทยขณะนี้ยังไม่เห็นชัดเจน โดยฝากถึงรัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่ให้คิดรอบด้าน หากต้องการริเริ่มโครงการแจกแท็บเล็ตแก่เด็กไทย

    "ปัจจัยลบแรงๆ ยังไม่มี ตอนนี้ภัยธรรมชาติยังไม่เห็น วิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองก็ไม่มากเพราะคนไทยเริ่มชิน การเติบโตตลาดไอทีครึ่งปีหลังจึงน่าจะโตได้ตามเป้า 14% เพราะไม่ใช่เพียงฮาร์ดแวร์ที่แข็งแรง แต่ 3G ก็มีแนวโน้มดี ที่ลุ้นคือ ลูกค้าอาจจะรอเพื่อซื้อในไตรมาส 4 บ้างเท่านั้น สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่คือ ให้คิดรอบด้าน อย่าคิดอะไรมุมเดียวหรือคุยแต่เฉพาะในกระทรวงไอซีที ถ้าจะทำโครงการแท็บเล็ตอย่าคิดว่าเป็นเครื่องเครื่องเดียว ควรต้องคุยกับกระทรวงพาณิชย์ เพราะโครงการนี้ต้องเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ ต้องมีลิขสิทธิ์เนื้อหาหลายอย่าง กระทรวงศึกษานี่ต้องคุยอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้ผมเห็นด้วยในเรื่องเครื่อง ขั้นตอนแรก แต่ขั้นต่อไปยังต้องรอดู"

    Company Related Link :
    Commart

    ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
    วันที่ : 23 กรกฎาคม 2554 เวลา 12:05 น.

    ผู้ใช้ Google Plus ทะลุ 20 ล้านใน 3 สัปดาห์

    ผู้ใช้ Google Plus ทะลุ 20 ล้านใน 3 สัปดาห์
    บริษัทวิจัยคอมสกอร์ (comScore) ประกาศผลสำรวจล่าสุด พบบริการเครือข่ายสังคมของกูเกิล "กูเกิลพลัส (Google+)" มีผู้ใช้บริการเกิน 20 ล้านรายแล้ว แม้จะยังไม่นับรวบผู้ใช้ซึ่งเข้าบริการจากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์และไอโฟน แต่ก็ถือเป็นสถิติก้าวกระโดดที่เกิดขึ้นในเวลา 3 สัปดาห์แรกที่กูเกิลเริ่มทดสอบบริการ

    แอนดรูว์ ลิปสแมน (Andrew Lipsman) รองประธานฝ่ายวิเคราะห์อุตสาหกรรมของคอมสกอร์ระบุว่าในบรรดาผู้ใช้กูเกิลพ ลัสจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ 20 ล้านรายนี้เป็นผู้อาศัยในสหรัฐฯราว 5 ล้านคน โดยสถิติทั้งหมดตรวจนับจากหมายเลขยูนีคไอพีที่เข้าสู่เว็บไซต์ให้บริการกู เกิลพลัสตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน - 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    "ตัวเลขผู้ใช้งานกูเกิลพลัส 20 ล้านคนในช่วงเริ่มให้บริการ 3 สัปดาห์นั้นเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดา" โดยระบุว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้กูเกิลพลัสในสัปดาห์ล่าสุดคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า และคิดเป็น 561% เมื่อเทียบกับสัปดาห์แรก

    กูเกิลพลัสนั้นเป็นบริการที่กูเกิลสร้างมาเพื่อให้ชาวออนไลน์สามารถสื่อสาร และใกล้ชิดกันได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ประเทศใดในโลก ถูกวางตัวให้เป็นบริการคู่แข่งรายสำคัญของเฟซบุ๊ก (Facebook) ยักษ์ใหญ่เครือข่ายสังคมที่มีผู้ใช้มากกว่า 700 ล้านรายทั่วโลก

    เฉพาะในสหรัฐฯ ยอดผู้ใช้กูเกิลพลัสที่คอมสกอร์พบว่ามีจำนวนเกิน 5 ล้านรายนี้คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 81% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า และ 723% เมื่อเทียบกับสัปดาห์แรกที่กูเกิลพลัสเปิดให้บริการ

    ปรากฎว่าในพื้นที่นอกสหรัฐฯ อินเดียกลายเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานกูเกิลพลัสมากที่สุด โดยชาวอินเดียสามารถรั้งตำแหน่งประเทศอันดับ 2 ที่ใช้งานกูเกิลพลัสมากที่สุดรองจากสหรัฐฯ ด้วยสถิติผู้ใช้งาน 2.8 ล้านราย ขณะที่อันดับ 3 เป็นอังกฤษ สถิติผู้ใช้ 867,000 ราย

    อันดับที่ 4 คือแคนาดา สถิติผู้ใช้ 859,000 รายและอันดับที่ 5 คือเยอรมนี 706,000 ราย

    อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าตัวเลขผู้ใช้งานกูเกิลพลัสที่แท้จริงจะมีจำนวนมากกว่านี้ เนื่องจากการสำรวจของคอมสกอร์นั้นไม่ครอบคลุมการใช้งานกูเกิลพลัสบนโทรศัพท์ มือถือ รวมถึงการใช้งานจากทูลบาร์หรือแถบเครื่องมือกูเกิลพลัสที่ปรากฎบนหน้าค้นหา หลักของกูเกิลดอทคอมในขณะนี้ โดยการสำรวจครอบคลุมเพียงการนับจำนวนการเรียกใช้เว็บเพจ plus.google.com บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเท่านั้น

    จุดนี้ลิปสแมนยอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินอัตราการเติบโตของกูเกิลพลัสเนื่องจากกูเกิลมี โอกาสเปลี่ยนลูกค้าเสิร์ชเอนจิ้นที่กูเกิลมีมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก ให้เป็นลูกค้าบริการเครือข่ายสังคมได้แม้บริการกูเกิลพลัสจะยังไม่เปิดกว้าง และยังเปิดให้เฉพาะผู้ได้รับคำเชิญสามารถสมัครใช้งานในขณะนี้ แต่กูเกิลก็มีความท้าทายสูงมากในเรื่องการผูกผู้บริโภคให้เข้ากับบริการ ซึ่งอาจจะทำได้ช้าในวันที่เฟซบุ๊กยังครองใจมหาชนอยู่

    หนึ่งในจุดอ่อนที่สื่อต่างประเทศมองว่ากูเกิลพลัสยัง พลาดอยู่คือการไม่รองรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการเข้ามาทำการตลาดบนกูเกิลพลัส (business page) จุดนี้ Christian Oestlein ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ซึ่งรับผิดชอบธุรกิจโฆษณาบนกูเกิลพลัส ออกมายืนยันแล้วว่ากูเกิลจะเปิดให้องค์กรธุรกิจเข้ามาสร้างประวัติและสื่อ สารกับผู้ใช้ทุกคนในช่วง 2-3 สัปดาห์นับจากนี้ โดยได้เริ่มเลือกพันธมิตรทางธุรกิจขึ้นมาทดสอบนำร่องโครงการแล้วในช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา

    ทั้งหมดนี้กูเกิลยอมรับว่าเป็นข้อบกพร่องที่เกิดจากการให้ความสนใจกับการ พัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้เป็นอันดับ 1 ซึ่งนับจากนี้จะเริ่มหันมาสนใจตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจอย่างจริงจัง

    Company Related Link :
    Google+

    ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
    วันที่ : 25 กรกฎาคม 2554 เวลา 11:28 น.

    โนเกียอ่วมอรทัย กำไรหาย-ยอดขายหด

    โนเกียอ่วมอรทัย กำไรหาย-ยอดขายหด
    สตีเฟน อีลอป ซีอีโอโนเกีย จะพลิกวิกฤตครั้งใหญ่นี้ได้หรือไม่

    คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
    ส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกของโนเกียกำลังดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง

    อีลอป เชื่อวินโดวส์โฟนเซเว่น จะสร้างโอกาสให้โนเกียกลับมายิ่งใหญ่ได้

    ไม่ เรียกว่าอ่วมก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้วสำหรับโนเกีย (Nokia) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโลกที่ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2011 ว่าทำส่วนต่างระหว่างค่าใช้จ่ายและรายได้จากการดำเนินงานเป็นลดลงถึง 41% วิกฤตครั้งนี้ทำให้โนเกียขาดทุนเป็นเงินถึง 489 ล้านยูโร ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนลดฮวบถึง 32% ท่ามกลางยอดขายอุปกรณ์โดยรวมทั้งหมดที่มีสัดส่วนลดลง 20% แม้แต่จีนที่โนเกียครองแชมป์เบอร์ 1 หลายสมัยก็ยังส่อแววส่วนแบ่งตลาดร่อยหรอลงต่อเนื่อง

    สตีเฟน อีลอป (Stephen Elop) ซีอีโอโนเกียยอมรับว่า ผลประกอบการที่โนเกียประกาศครั้งนี้สร้างความ"ผิดหวัง"ให้ โนเกียอย่างมาก แต่โนเกียยังมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถกู้วิกฤติที่เกิดขึ้นได้ พร้อมยืนยันว่าโครงการแห่งอนาคตที่โนเกียตั้งความหวังไว้นั้นมีความคืบหน้า เร็วกว่าที่คาดการณ์ โดยเชื่อว่าสถานการณ์ของโนเกียจะดีขึ้นเมื่อโทรศัพท์มือถือแบรนด์โนเกียที่ ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเซเว่น (Windows Phone 7) เริ่มวางขาย

    “ผม เชื่อว่าความเคลื่อนไหวของโนเกียในการลดผลกระทบจากความท้าทายหลายด้านในตลาด กำลังเริ่มส่งผลในแง่บวกต่อธุรกิจโนเกียแล้ว ที่สำคัญที่สุด คือเรากำลังเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้เร็วกว่าที่วางแผนไว้"

    ผลประกอบการลดฮวบฮาบของโนเกียเกิดขึ้นอย่างไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากการประกาศหยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Symbian) เพื่อหันมาพัฒนาสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเซเว่นตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งซีอีโอโนเกียยืนยันว่า ในกลุ่มผู้ที่ได้เห็นความคืบหน้าการพัฒนาสมาร์ทโฟนวินโดวส์ของโนเกีย ทุกคนเห็นด้วยว่าโนเกียจะมีโอกาสเติบโตในระยะยาว

    โนเกียระบุว่ายอดขายสุทธิในไตรมาสที่ผ่านมานั้นลดลง 7% ผลจากการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิโทรศัพท์มือถือที่มีแอปเปิล ซัมซุง และกูเกิลเขย่าตลาดต่อเนื่องหลายไตรมาส เฉพาะสมาร์ทโฟน โยเกียระบุว่าสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา ราว 16.7 ล้านเครื่อง น้อยลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2010 ที่จำหน่ายไปได้ 25.2 ล้านเครื่อง

    ภาวะขาลงของโนเกียนั้นสวนทางกับแอปเปิล ผู้เล่นรายหลักในตลาดสมาร์ทโฟนซึ่งระบุว่าสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ถึง 20.34 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา

    สิ่งที่ถูกคาดหวังว่าจะสามารถกู้สถานการณ์โนเกียได้คือผลิตภัณฑ์ โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเซเว่น คาดว่าจะเริ่มต้นวางจำหน่ายรุ่นแรก (Nokia N9) ได้ใน 2 เดือนนับจากนี้ (ภายในเดือนกันยายน) ไม่มีข้อมูลกำหนดการที่ชัดเจนแต่ยืนยันว่าโนเกียจะเริ่มทำตลาดในบางประเทศพร้อมพันธมิตร

    คาโรลินา มิลาเนซิ (Carolina Milanesi) นักวิจัยตลาดจากการ์ทเนอร์ระบุว่ายอดจำหน่ายของโนเกียที่ประกาศออกมานั้น น้อยกว่าที่คาดไว้มาก แต่ก็เป็นไปตามคาดการณ์ว่าโนเกียจะต้องมีผลประกอบการที่ตกต่ำก่อนจะมีทิศทาง ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลการสำรวจล่าสุดยังพบว่า โทรศัพท์มือถือของโนเกียนั้นถูกจัดส่งมายังประเทศจีนเพียง 11.3 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ผ่านมา น้อยกว่าสถิติในไตรมาสที่แล้วราว 50% และน้อยกว่าไตรมาสเดียวกันในปี 2010 ราว 41% ถือว่ามากกว่าตลาดยุโรป ที่พบว่าโนเกียสามารถทำยอดขายต่ำลง 30%

    อย่าง ไรก็ตาม โนเกียยังคงเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ในจีน โดยการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ส่วนแบ่งการตลาดของโนเกียในจีนนั้นลดลงเหลือ 19.1% จากที่เคยมี 23.5% รองลงมาเป็นซัมซุง ที่มีส่วนแบ่งตลาด 8.9%

    Company Related Link :
    Nokia

    ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
    วันที่ : 26 กรกฎาคม 2554 เวลา 12:29 น.

    ทันโลกทันเหตุการณ์ NEW!!!