30 ก.ค. 2554

หวั่นล็อบบี้-บล็อกโหวต กสทช. 11 คน



นักวิชาการด้านโทรคมนาคม เชื่อกระบวนการคัดเลือก กสทช.11 คน มีล็อบบี้ และบล็อกโหวต มากกว่าจัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ แฉหากถูกเลือกนักการเมืองบางคนจะไม่ยุ่งกับบางโครงการ ขณะที่ การคัดเลือกของวุฒิสภาจะมีขึ้นในวันที่ 5 ก.ย.นี้…
วันที่ 29 ก.ค.นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยนชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ วุฒิสภา หรือ วิปวุฒิสภา กล่าวภายหลังการแสดงวิสัยทัศน์ผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นกสทช.จากว่าที่ผู้ผ่าน การคัดเลือกจำนวน 44 คน ว่า ขั้นตอนจากนี้จะจัดทำซีดีแจกจ่ายให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 150 คน เพื่อประมวลวิสัยทัศน์ ความรู้ ความสามารถผู้สมัคร ก่อนจะถึงวันลงคะแนนคัดเลือกกสทช.ให้ได้ 11 คน
ทั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า จะเปิดประชุมวุฒิสภานัดแรกในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพื่อเสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อตรวจสอบประวัติทั้ง 44 คน อีกครั้ง โดยคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติจำนวน  25 คน จะต้องดูเรื่องคุณสมบัติข้อห้ามที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความ ถี่ฯ ใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์  ขณะที่ มีหลายหน่วยงานที่ต้องส่งประวัติไปตรวจสอบ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 18 ส.ค.นี้ และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด การลงคะแนนเลือกคัดเลือกกสทช. 11 จะมีขึ้นในวันที่ 5 ก.ย. โดยวันนั้นจะใช้วิธีการลงคะแนนลับ
นายอานุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระด้านโทรคมนาคม กล่าวว่า การจัดเวทีของคณะกรรมาธิการที่มาจากวุฒิสภานั้น เป็นเพียงการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการคัดเลือกกสทช.11 คนเท่านั้น แม้ท้ายสุดจะแจกซีดีการแสดงวิสัยทัศน์ให้สว.ทั้ง 150 คนก็ตาม แต่เชื่อว่าจะมีสว.เพียง 25% เท่านั้นที่รับรู้วิสัยทัศน์จริงๆ นอกนั้นรับรู้จากการล็อบบี้แนะนำแบบตัวแต่ตัวของผู้สมัคร
ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญที่ได้รับการบอกกล่าวจาก 1 ในว่าที่ผู้สมัคร กสทช.นั้น การแสดงวิสัยทัศน์ไม่อาจช่วยได้มากเท่ากับการล็อบบี้แนะนำตัวต่อสมาชิก วุฒิสภาโดยตรง เพื่อบอกกล่าวว่าเป็นใคร และสามารถรับข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาบางคนได้หรือไม่
“1 ใน 44 ที่ผ่านมาคัดเลือก บอกว่าเค้าจำเป็นต้องล็อบบี้แนะนำตัว เพราะอาศัยเพียงแค่การแสดงวิสัยทัศน์นั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากเคยมีอดีตจากาการแสดงวิสัยทัศน์จากเคยลงสมัครเมื่อครั้งมีการคัด เลือกคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. มาแล้ว แต่พบว่าต่อให้วิสัยทัศน์ดีแค่ไหน ถ้าไม่เข้าถึงบรรดาสว. ก็ไม่สามารถทำให้เป็นที่รู้จัก และตอบสนองความต้องการบางอย่างที่สว.ต้องการได้” นายอานุภาพ กล่าว
ขณะที่ ส่วนตัวเชื่อมั่นว่ากระบวนการคัดเลือก กสทช. 11 คน สิ่งที่น่าจับตาที่สุดไม่ใช่การล็อบบี้แนะนำตัวผู้สมัคร แต่คือการบล็อกโหวตจากบรรดาสมาชิกวุฒิสภา ที่ สว.จะบอกต่อกันว่าให้เลือกใคร แม้จะเชื่อได้ว่า สว.นั้น มีเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเหมือนส.ส. แต่ก็หลีกเลี่ยงกลุ่มการเมืองไม่ได้ นอจากนี้กลุ่มสว.ที่มาจากการเลือกตั้งที่ต้องมีฐานเสียงจากพรรคการเมืองใน จังหวัดนั้นๆ สนับสนุนด้วยเช่นกัน อีกทั้ง กลุ่มสว.ที่ยังไม่เข้ากลุ่มกับใคร แต่กลุ่มนี้จะรอดูว่ามีประเด็นที่เกี่ยวข้อง และมีส่วนได้เสียกับใครมากที่สุด ซึ่งคะแนนเหล่านี้จะเป็นคะแนนที่น่ากลัวในการชี้นำทิศทาง


โพสโดย ข่าวไอที
/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 29 – 07 – 2554

ดีแทคออกของสะสมคอลเล็กชันใหม่ “feel goood in the Sun"



ดีแทค ต้อนรับความสดใสด้วยของพรีเมี่ยมคอลเล็กชั่นล่าสุด “feel goood in the Sun” ฝีมือแป้ง ภัทรีดา ลายเส้นน่ารักชวนให้สะสม ซื้อได้ที่ดีแทคเฮ้าส์ อาคารจามจุรีสแควร์ และสั่งผ่านออนไลน์…
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดตัวพรีเมี่ยมคอลเล็กชันล่าสุด “feel goood in the Sun Collection” ของสะสมจากฝีมือการออกแบบโดย แป้ง-ภัทรีดา ประสานทอง โดยของสะสมในคอลเล็กชันดังกล่าว ประกอบด้วย ลูกบอลชายหาด เสื่อพร้อมถุงพกพา เสื้อแจ็กเก็ต เสื้อยืด เสื้อเชี้ต หมอนผ้าห่ม ชุดจานชาม กระเป๋า สมุด ปากกา ซองใช่โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอื่นๆ โดยผู้สนใจสามารถพบกับความสดใสอารมณ์ดีของพรีเมี่ยมชุด “feel goood in the Sun Collection by Pang Pattreeda” และคอลเล็กชันอื่นๆ จากดีแทคและแฮปปี้ ได้ที่ดีแทคเฮ้าส์ อาคารจามจุรีสแควร์ หรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ www.dtacgiftshop.com


โพสโดย ข่าวไอที
/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 30 – 07 – 2554

28 ก.ค. 2554

Google Wave เตรียมเปิด Beta

Google_wave

Google Wave เตรียมเปิด Beta


Google Wave แอพพลิเคชั่นใหม่จากกูเกิ้ล เตรียม เปิดเบต้าและแจกแอคเคาท์ทดสอบจำนวน 100,000 แอคเคาท์ในวันพุธที่ 1 นี้



เว็บแอพพลิเคชั่นใหม่จากกูเกิ้ลในนาม Google Wave เป็นการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานกันระหว่าอีเมลล์ แชท เอกสาร เว็บบล๊อค และการแชร์รูปภาพ โดยเรียกรูปแบบการสื่อสารนี้ว่า "hosted conversation" หรือ "wave"
กูเกิ้ลได้สาธิต wave ครั้งแรกที่งานสัมนาผู้พัฒนาซอฟแวร์ Google I/O ที่ซาน ฟรานซิสโกเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยได้มีการแจกแอคเคาท์ทดสอบจำนวนจำกัดเพื่อช่วยทดสอบโปรแกรมก่อนการเปิดใช้ จริงสิ้นปีนี้
หนึ่งในผู้สร้างเวฟ Jens และ Lars Rasmussen พี่น้องชาวออสเตเรียซึ่งยังเป็นผู้สร้าง Google Map อีกด้วย กล่าวว่าในที่สุดแล้ว Google Wave จะเป็นช่องทางที่ผู้คนสื่อสารกันผ่านอินเตอร์เนตแทนที่อีเมลล์ในปัจจุบัน
"มันควรจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักและใช้" Jens Rasmussen กล่าว โดยในเวฟนั้นการสื่อสารที่คล้ายๆกับ e-mail จะสามารถถูกแก้ไขได้โดยผู้ร่วมสนทนาหลายๆคนพร้อมๆกัน และผู้ใช้จะสามารถแชทเกี่ยวกับเอกสารในเวฟแบบ real time คือทุกคนจะเห็นว่าคนอื่นกำลังพิมพ์อะไร และหากใครเข้ามาทีหลังก็จะสามารถสั่ง replay ทุกๆการสนทนาที่เคยเกิดขึ้นได้ 
พี่น้อง Rasmussens หวังว่าฟังก์ชั่นเหล่านี้จะทำให้สังคมออนไลน์มีประสิทธิภาพดีมากขึ้น และเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกัน
Jens Rasmussen กล่าวว่า e-mail เป็นจดหมายแบบ snail mail ในเวอร์ชั่นของคอมพิวเตอร์ ขณะที่เวฟจะเป็นอะไรที่ใหม่ การสื่อสารแบบ real time ซึ่งออกแบบสำหรับอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วและสามารถทำหลายๆอย่างได้พร้อมๆกัน ในปัจจุบัน
นักคอมพิวเตอร์หลายๆคนสนับสนุนเวฟและแทบจะอดใจรอไม่ไหวกับการเปิดตัว ของมัน แต่ก็ยังมีหลายคนเป็นห่วงว่ามันอาจจะซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้ใช้งานเว็บส่วน ใหญ่
ในวีดีโอการสาธิตเวฟนั้น พี่น้อง Rasmussens ได้ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการอธิบายเวฟ และจากรีวิวแรกๆของผู้ใช้ก็จะเห็นว่ายังมีข้อบกพร่องในแอพพลิเคชั่นอยู่ หลายๆจุด แต่อย่างไรก็ตาม หลายๆรีวิวก็ได้ให้ความเห็นว่าเวฟจะสามารถเป็นรูปแบบใฟม่ของการสื่อสารบน อินเตอร์เน็ตได้อย่างแน่นอน
แปลและเรียบเรียงจาก CNN

"แท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน" ไล่บี้โน้ตบุ๊กในคอมมาร์ต

"แท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน" ไล่บี้โน้ตบุ๊กในคอมมาร์ต
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
2 เด็กน้อยในงานคอมมาร์ตกำลังสนุกกับเกม ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่ด้านหลังกำลังฟังข้อมูลของแท็บเล็ตอย่างตั้งใจ ล่าสุดผุู้จัดงานคอมมาร์ตกำลังจับตาว่าแท็บเล็ตจะทำยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากงานซีมาร์ตครั้งก่อนได้หรือไม่

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด กับสมาร์ทโฟนเอเซอร์ที่นำมาเปิดตลาดในงาน

ปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต

ตลาด ไอทีไทยครึ่งปีหลังสดใส ผู้จัดงานคอมมาร์ตเชื่อเศรษฐกิจดี-ความเชื่อมั่นมา-เทคโนโลยีพร้อม ส่อแววเติบโต 14% ตามคาด ระบุเบอร์หนึ่งสินค้าขายดียังคงเป็นโน้ตบุ๊ก กระแสแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมาแรงส่งผลอันดับสินค้าขายดีในงานเปลี่ยนแซง สินค้าเบ็ดเตล็ดกลุ่มเก็ดเจ็ดและกล้องดิจิตอล การันตียอดถึง 3,200 ล้านบาทแน่นอน

นายปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวระหว่างการเปิดงานคอมมาร์ต เอ็กซ์เจน 2011 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า ยอดเงินสะพัดในงานครั้งนี้ที่คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,200 ล้านบาท เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตลาดไอทีไทยเติบโตตามเป้าหมาย 14% ในปีนี้ โดยมั่นใจว่าครึ่งปีหลังของปี 2011 จะเป็นช่วงขาขึ้นของตลาดไอทีไทยซึ่งสอดรับกับช่วงที่ประเทศมีรัฐบาลใหม่พอดี

"ตลาดครึ่งปีหลังสดใส เศรษฐกิจดี ความเชื่อมั่นมา เทคโนโลยีพร้อม ผู้ค้ารู้ว่าจะไปทางไหน ปีที่แล้วเป็นแกงโฮะ แท็บเล็ตในตลาดมีทั้งรุ่นหน้าจอ 5, 7, 8, 9 และ 10 นิ้วปะปนกันไป ปีนี้ผู้ค้ารู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ตลาดปีนี้จึงชัดเจนขึ้น คาดว่า สินค้าที่ขายดีในงานอันดับ 1 คือ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม อันดับที่ 2 และ 3 ยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต อันดับที่ 4 คืออุปกรณ์ต่อพ่วงและเก็ดเจ็ด อันดับที่ 5 คือกล้องดิจิตอล"

คอมมาร์ตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้จัดมองว่าแท็บเล็ตจะเป็นสินค้าขายดี ติดอันดับ 1 ใน 3 เนื่องจากงานคอมมาร์ต ซีมาร์ต 2011 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แท็บเล็ตคือสินค้าที่ขายดีอันดับ 2 ในงาน ครั้งนั้นสินค้าที่ขายดีที่สุดอันดับหนึ่งคือ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ด้วยยอดขายรวมทั้งงาน 1,044 ล้านบาท รองลงมาคือ แท็บเล็ต ยอดขาย 180 ล้านบาท ส่วนอันดับสามเป็นของสมาร์ทโฟน

"เรากำลังจับตาว่าแท็บเล็ตจะทำยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากงานซีมาร์ตครั้งก่อนได้หรือไม่"

ยอดขายแท็บเล็ตในงานคอมมาร์ตถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2011 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม แท็บเล็ตนั้นมียอดขายอยู่ที่อันดับ 8 ทำรายได้เพียง 61 ล้านบาทเท่านั้น โดยคอมมาร์ตครั้งนั้นโน้ตบุ๊กสามารถทำยอดขายในงาน 1,900 ล้านบาท อันดับ 2 คือสมาร์ทโฟน ด้วยยอดขาย 335 ล้านบาท อันดับ 3 คืออุปกรณ์เสริม 275 ล้านบาท

***เอเซอร์-โตชิบาขอยอดขายเกินหมื่นเครื่อง

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า วางเป้าหมายจำหน่ายสินค้าแบรนด์เอเซอร์ตลอดการจัดงาน 4 วันไว้ที่ 9,000-12,000 เครื่อง คงที่จากปีที่แล้วเนื่องจากสถานที่การจัดงานเท่าเดิม ขณะที่นายสุธี วงศ์วัฒนากุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด คาดว่า จะสามารถจำหน่ายสินค้าแบรนด์โตชิบาในงานได้ 10,000 เครื่อง

ผู้บริหารเอเซอร์และโตชิบาต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า คอมพิวเตอร์จะยังเป็นสินค้าที่ขายดีอันดับหนึ่งในงานเช่นเดียวกับคอมมาร์ ตทุกครั้งที่ผ่านมา โดยนายนิธิพัทธ์เชื่อว่า สินค้าเอเซอร์กว่า 80% ที่ขายได้ในงานจะเป็นโน้ตบุ๊ก รองลงมาคือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และแท็บเล็ต โดยยอมรับสมาร์ทโฟนเอเซอร์ยังมีส่วนแบ่งรายได้ที่ต่ำ

"ยอดขายแท็บเล็ตอาจจะมีลุ้นแซงโน้ตบุ๊กได้ในงานช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะผู้ผลิตทุกรายจะพร้อมออกสินค้ามากกว่าคอมมาร์ตครั้งนี้" นิธิพัทธ์กล่าว โดยระบุว่ากระแสแท็บเล็ตไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อยอดขายโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กเอเซอร์ เนื่องจากเป็นกลุ่มตลาดที่มีจุดขายต่างกัน

ด้านนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า เอปสันไม่เน้นจำหน่ายสินค้าในงาน แต่จะโชว์นวัตกรรมเป็นหลักเพื่อสร้างแบรนด์ให้คนไทยจำได้ คาดว่าเอปสันจะเติบโตในตลาดอิงค์เจ็ทได้อีก 10%

***ตลาดไทยสดใส

ปฐมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทวิจัย ไอดีซี ได้มีการปรับยอดขายตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยเพิ่มจาก 2.4 ล้านเครื่องเป็น 2.5 ล้านเครื่องในปีนี้ และคาดว่ายอดขายแท็บเล็ตในไทยจะเพิ่มจาก 2 แสนเครื่องเป็น 3 แสนเครื่อง ขณะที่สมาร์ทโฟนจะเกิน 3 ล้านเครื่อง ถือเป็นปีแรกที่สมาร์ทโฟนมีสัดส่วนราว 40% ของตลาดโทรศัพท์มือถือรวม

"ตลาดโตสูง โปรโมชันสินค้าในงานนี้ก็เลยไปตามนั้น งานครั้งนี้ทะลุเป้าแน่ๆ 3,200 ล้านบาท"

นายปฐมระบุว่า ปัจจัยลบในตลาดไอทีไทยขณะนี้ยังไม่เห็นชัดเจน โดยฝากถึงรัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่ให้คิดรอบด้าน หากต้องการริเริ่มโครงการแจกแท็บเล็ตแก่เด็กไทย

"ปัจจัยลบแรงๆ ยังไม่มี ตอนนี้ภัยธรรมชาติยังไม่เห็น วิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองก็ไม่มากเพราะคนไทยเริ่มชิน การเติบโตตลาดไอทีครึ่งปีหลังจึงน่าจะโตได้ตามเป้า 14% เพราะไม่ใช่เพียงฮาร์ดแวร์ที่แข็งแรง แต่ 3G ก็มีแนวโน้มดี ที่ลุ้นคือ ลูกค้าอาจจะรอเพื่อซื้อในไตรมาส 4 บ้างเท่านั้น สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่คือ ให้คิดรอบด้าน อย่าคิดอะไรมุมเดียวหรือคุยแต่เฉพาะในกระทรวงไอซีที ถ้าจะทำโครงการแท็บเล็ตอย่าคิดว่าเป็นเครื่องเครื่องเดียว ควรต้องคุยกับกระทรวงพาณิชย์ เพราะโครงการนี้ต้องเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ ต้องมีลิขสิทธิ์เนื้อหาหลายอย่าง กระทรวงศึกษานี่ต้องคุยอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้ผมเห็นด้วยในเรื่องเครื่อง ขั้นตอนแรก แต่ขั้นต่อไปยังต้องรอดู"

Company Related Link :
Commart

ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 23 กรกฎาคม 2554 เวลา 12:05 น.

ผู้ใช้ Google Plus ทะลุ 20 ล้านใน 3 สัปดาห์

ผู้ใช้ Google Plus ทะลุ 20 ล้านใน 3 สัปดาห์
บริษัทวิจัยคอมสกอร์ (comScore) ประกาศผลสำรวจล่าสุด พบบริการเครือข่ายสังคมของกูเกิล "กูเกิลพลัส (Google+)" มีผู้ใช้บริการเกิน 20 ล้านรายแล้ว แม้จะยังไม่นับรวบผู้ใช้ซึ่งเข้าบริการจากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์และไอโฟน แต่ก็ถือเป็นสถิติก้าวกระโดดที่เกิดขึ้นในเวลา 3 สัปดาห์แรกที่กูเกิลเริ่มทดสอบบริการ

แอนดรูว์ ลิปสแมน (Andrew Lipsman) รองประธานฝ่ายวิเคราะห์อุตสาหกรรมของคอมสกอร์ระบุว่าในบรรดาผู้ใช้กูเกิลพ ลัสจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ 20 ล้านรายนี้เป็นผู้อาศัยในสหรัฐฯราว 5 ล้านคน โดยสถิติทั้งหมดตรวจนับจากหมายเลขยูนีคไอพีที่เข้าสู่เว็บไซต์ให้บริการกู เกิลพลัสตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน - 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

"ตัวเลขผู้ใช้งานกูเกิลพลัส 20 ล้านคนในช่วงเริ่มให้บริการ 3 สัปดาห์นั้นเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดา" โดยระบุว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้กูเกิลพลัสในสัปดาห์ล่าสุดคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า และคิดเป็น 561% เมื่อเทียบกับสัปดาห์แรก

กูเกิลพลัสนั้นเป็นบริการที่กูเกิลสร้างมาเพื่อให้ชาวออนไลน์สามารถสื่อสาร และใกล้ชิดกันได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ประเทศใดในโลก ถูกวางตัวให้เป็นบริการคู่แข่งรายสำคัญของเฟซบุ๊ก (Facebook) ยักษ์ใหญ่เครือข่ายสังคมที่มีผู้ใช้มากกว่า 700 ล้านรายทั่วโลก

เฉพาะในสหรัฐฯ ยอดผู้ใช้กูเกิลพลัสที่คอมสกอร์พบว่ามีจำนวนเกิน 5 ล้านรายนี้คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 81% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า และ 723% เมื่อเทียบกับสัปดาห์แรกที่กูเกิลพลัสเปิดให้บริการ

ปรากฎว่าในพื้นที่นอกสหรัฐฯ อินเดียกลายเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานกูเกิลพลัสมากที่สุด โดยชาวอินเดียสามารถรั้งตำแหน่งประเทศอันดับ 2 ที่ใช้งานกูเกิลพลัสมากที่สุดรองจากสหรัฐฯ ด้วยสถิติผู้ใช้งาน 2.8 ล้านราย ขณะที่อันดับ 3 เป็นอังกฤษ สถิติผู้ใช้ 867,000 ราย

อันดับที่ 4 คือแคนาดา สถิติผู้ใช้ 859,000 รายและอันดับที่ 5 คือเยอรมนี 706,000 ราย

อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าตัวเลขผู้ใช้งานกูเกิลพลัสที่แท้จริงจะมีจำนวนมากกว่านี้ เนื่องจากการสำรวจของคอมสกอร์นั้นไม่ครอบคลุมการใช้งานกูเกิลพลัสบนโทรศัพท์ มือถือ รวมถึงการใช้งานจากทูลบาร์หรือแถบเครื่องมือกูเกิลพลัสที่ปรากฎบนหน้าค้นหา หลักของกูเกิลดอทคอมในขณะนี้ โดยการสำรวจครอบคลุมเพียงการนับจำนวนการเรียกใช้เว็บเพจ plus.google.com บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเท่านั้น

จุดนี้ลิปสแมนยอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินอัตราการเติบโตของกูเกิลพลัสเนื่องจากกูเกิลมี โอกาสเปลี่ยนลูกค้าเสิร์ชเอนจิ้นที่กูเกิลมีมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก ให้เป็นลูกค้าบริการเครือข่ายสังคมได้แม้บริการกูเกิลพลัสจะยังไม่เปิดกว้าง และยังเปิดให้เฉพาะผู้ได้รับคำเชิญสามารถสมัครใช้งานในขณะนี้ แต่กูเกิลก็มีความท้าทายสูงมากในเรื่องการผูกผู้บริโภคให้เข้ากับบริการ ซึ่งอาจจะทำได้ช้าในวันที่เฟซบุ๊กยังครองใจมหาชนอยู่

หนึ่งในจุดอ่อนที่สื่อต่างประเทศมองว่ากูเกิลพลัสยัง พลาดอยู่คือการไม่รองรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการเข้ามาทำการตลาดบนกูเกิลพลัส (business page) จุดนี้ Christian Oestlein ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ซึ่งรับผิดชอบธุรกิจโฆษณาบนกูเกิลพลัส ออกมายืนยันแล้วว่ากูเกิลจะเปิดให้องค์กรธุรกิจเข้ามาสร้างประวัติและสื่อ สารกับผู้ใช้ทุกคนในช่วง 2-3 สัปดาห์นับจากนี้ โดยได้เริ่มเลือกพันธมิตรทางธุรกิจขึ้นมาทดสอบนำร่องโครงการแล้วในช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้กูเกิลยอมรับว่าเป็นข้อบกพร่องที่เกิดจากการให้ความสนใจกับการ พัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้เป็นอันดับ 1 ซึ่งนับจากนี้จะเริ่มหันมาสนใจตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจอย่างจริงจัง

Company Related Link :
Google+

ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 25 กรกฎาคม 2554 เวลา 11:28 น.

โนเกียอ่วมอรทัย กำไรหาย-ยอดขายหด

โนเกียอ่วมอรทัย กำไรหาย-ยอดขายหด
สตีเฟน อีลอป ซีอีโอโนเกีย จะพลิกวิกฤตครั้งใหญ่นี้ได้หรือไม่

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกของโนเกียกำลังดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง

อีลอป เชื่อวินโดวส์โฟนเซเว่น จะสร้างโอกาสให้โนเกียกลับมายิ่งใหญ่ได้

ไม่ เรียกว่าอ่วมก็ไม่รู้จะเรียกอะไรแล้วสำหรับโนเกีย (Nokia) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโลกที่ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2011 ว่าทำส่วนต่างระหว่างค่าใช้จ่ายและรายได้จากการดำเนินงานเป็นลดลงถึง 41% วิกฤตครั้งนี้ทำให้โนเกียขาดทุนเป็นเงินถึง 489 ล้านยูโร ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนลดฮวบถึง 32% ท่ามกลางยอดขายอุปกรณ์โดยรวมทั้งหมดที่มีสัดส่วนลดลง 20% แม้แต่จีนที่โนเกียครองแชมป์เบอร์ 1 หลายสมัยก็ยังส่อแววส่วนแบ่งตลาดร่อยหรอลงต่อเนื่อง

สตีเฟน อีลอป (Stephen Elop) ซีอีโอโนเกียยอมรับว่า ผลประกอบการที่โนเกียประกาศครั้งนี้สร้างความ"ผิดหวัง"ให้ โนเกียอย่างมาก แต่โนเกียยังมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถกู้วิกฤติที่เกิดขึ้นได้ พร้อมยืนยันว่าโครงการแห่งอนาคตที่โนเกียตั้งความหวังไว้นั้นมีความคืบหน้า เร็วกว่าที่คาดการณ์ โดยเชื่อว่าสถานการณ์ของโนเกียจะดีขึ้นเมื่อโทรศัพท์มือถือแบรนด์โนเกียที่ ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเซเว่น (Windows Phone 7) เริ่มวางขาย

“ผม เชื่อว่าความเคลื่อนไหวของโนเกียในการลดผลกระทบจากความท้าทายหลายด้านในตลาด กำลังเริ่มส่งผลในแง่บวกต่อธุรกิจโนเกียแล้ว ที่สำคัญที่สุด คือเรากำลังเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้เร็วกว่าที่วางแผนไว้"

ผลประกอบการลดฮวบฮาบของโนเกียเกิดขึ้นอย่างไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากการประกาศหยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Symbian) เพื่อหันมาพัฒนาสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเซเว่นตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งซีอีโอโนเกียยืนยันว่า ในกลุ่มผู้ที่ได้เห็นความคืบหน้าการพัฒนาสมาร์ทโฟนวินโดวส์ของโนเกีย ทุกคนเห็นด้วยว่าโนเกียจะมีโอกาสเติบโตในระยะยาว

โนเกียระบุว่ายอดขายสุทธิในไตรมาสที่ผ่านมานั้นลดลง 7% ผลจากการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิโทรศัพท์มือถือที่มีแอปเปิล ซัมซุง และกูเกิลเขย่าตลาดต่อเนื่องหลายไตรมาส เฉพาะสมาร์ทโฟน โยเกียระบุว่าสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา ราว 16.7 ล้านเครื่อง น้อยลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2010 ที่จำหน่ายไปได้ 25.2 ล้านเครื่อง

ภาวะขาลงของโนเกียนั้นสวนทางกับแอปเปิล ผู้เล่นรายหลักในตลาดสมาร์ทโฟนซึ่งระบุว่าสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ถึง 20.34 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา

สิ่งที่ถูกคาดหวังว่าจะสามารถกู้สถานการณ์โนเกียได้คือผลิตภัณฑ์ โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเซเว่น คาดว่าจะเริ่มต้นวางจำหน่ายรุ่นแรก (Nokia N9) ได้ใน 2 เดือนนับจากนี้ (ภายในเดือนกันยายน) ไม่มีข้อมูลกำหนดการที่ชัดเจนแต่ยืนยันว่าโนเกียจะเริ่มทำตลาดในบางประเทศพร้อมพันธมิตร

คาโรลินา มิลาเนซิ (Carolina Milanesi) นักวิจัยตลาดจากการ์ทเนอร์ระบุว่ายอดจำหน่ายของโนเกียที่ประกาศออกมานั้น น้อยกว่าที่คาดไว้มาก แต่ก็เป็นไปตามคาดการณ์ว่าโนเกียจะต้องมีผลประกอบการที่ตกต่ำก่อนจะมีทิศทาง ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลการสำรวจล่าสุดยังพบว่า โทรศัพท์มือถือของโนเกียนั้นถูกจัดส่งมายังประเทศจีนเพียง 11.3 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ผ่านมา น้อยกว่าสถิติในไตรมาสที่แล้วราว 50% และน้อยกว่าไตรมาสเดียวกันในปี 2010 ราว 41% ถือว่ามากกว่าตลาดยุโรป ที่พบว่าโนเกียสามารถทำยอดขายต่ำลง 30%

อย่าง ไรก็ตาม โนเกียยังคงเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ในจีน โดยการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ส่วนแบ่งการตลาดของโนเกียในจีนนั้นลดลงเหลือ 19.1% จากที่เคยมี 23.5% รองลงมาเป็นซัมซุง ที่มีส่วนแบ่งตลาด 8.9%

Company Related Link :
Nokia

ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 26 กรกฎาคม 2554 เวลา 12:29 น.

"กูเกิลพลัส" บังคับใช้ชื่อจริง

"กูเกิลพลัส" บังคับใช้ชื่อจริง
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คุณสมบัติ Circle ใน Google+ บริการเครือข่ายสังคมที่เน้นให้เพื่อนฝูงเฉพาะกลุ่มสามารถติดต่อสารกันได้ แบบลับเฉพาะ ถือเป็นบริการคู่แข่งเฟซบุ๊กที่มาแรงที่สุดในขณะนี้
หลังชาวออนไลน์แห่ทดลองใช้ "Google+" หรือกูเกิลพลัสเกิน 20 ล้านคนในเวลา 3 สัปดาห์แรกที่ทดสอบบริการ ล่าสุดกูเกิลกำลังได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักเพราะนโยบายที่กำหนดให้ผู้ใช้ กูเกิลพลัสต้องลงทะเบียนใช้งานด้วยชื่อจริงเท่านั้น ทำให้ผู้บริโภคบางรายไม่เห็นด้วยและต่อต้านการ"ระงับ"การใช้งานบางส่วนของ ชื่อบัญชีผิดระเบียบที่กูเกิลเริ่มลงดาบแล้วในขณะนี้ แม้กูเกิลจะยืนยันชัดเจนว่าชื่อจริงนั้นจำเป็นต่อบริการกูเกิลพลัส เพราะจะทำให้กูเกิลพลัสเป็นดินแดนสีขาวที่ปลอดข้อความขยะ(สแปม)และประวัติ ปลอม
      
       เป็นเรื่องปกติของชาวออนไลน์ที่มักจะเลือกใช้ชื่อเล่น นามแฝง หรือฉายาแทนชื่อจริงในการลงทะเบียนใช้งานบริการออนไลน์ แต่กูเกิลก็ประกาศนโยบายการตั้งชื่อผู้ใช้บริการกูเกิลพลัสอย่างชัดเจนว่า ต้องการให้ลงชื่อใช้งานด้วยชื่อ-นามสกุลจริง ไม่ใช่นามแฝงหรือชื่อที่ไม่ใช่บุคคล เช่น ชื่อทางการค้า หรือฉายา ความ ขัดแย้งระหว่างผู้ใช้และกูเกิลจึงเกิดขึ้นเมื่อมีรายงานว่าผู้ที่เปลี่ยน ชื่อตัวเองเป็นนามแฝงซึ่งมีอักขระที่ไม่ธรรมดาอย่างเครื่องหมาย % หรือคำว่า god (แปลว่าพระเจ้า) นั้นถูกกูเกิลสั่ง"แบน"หรือถูกระงับไม่ให้ สามารถโพสต์ข้อความและเปิดเข้าสู่หน้าประวัติ (Profile) เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้ไม่พอใจและมองว่ากูเกิลทำเกินกว่าเหตุ
      
       ***โต้ชาวเน็ตโวย"โดนแบน"
      
       ทั้งหมดนี้ เบรดเลย์ โฮโรวิตซ์ (Bradley Horowitz) รองประธานกูเกิล ชี้แจงว่ากูเกิลจำเป็นต้องยึดกฎการตั้งชื่อตามเกณฑ์ Your name and Google Profiles ซึ่งกูเกิลประกาศไว้เป็นข้อตกลงกับผู้ทดสอบบริการกูเกิลพลัสทุกคน หลังจากตรวจพบผู้ใช้ที่มีเจตนาหลบเลี่ยงนโยบายเรื่องการตั้งชื่อนี้ กูเกิลจึงตัดสินใจดำเนินการเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น
      
       อย่างไรก็ตาม โฮโรวิตซ์ยอมรับว่าการลงดาบ"แบน"ผู้ใช้ที่มีชื่อผิดระเบียบโดยไม่มีการเตือน ล่วงหน้านั้นเป็นการกระทำที่สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้ จึงตัดสินใจปรับปรุงกฏการตั้งชื่อโดยนับแต่นี้ กูเกิลจะส่งคำเตือนแก่ผู้ใช้ที่ทำผิดกฎและจะให้โอกาสเปลี่ยนชื่อ ยกเว้นกรณีที่ระบบของกูเกิลสามารถตรวจจับได้ว่าเป็นผู้ใช้ที่เข้าข่ายสแปม หรือมีการใช้งานในทางที่ผิด กูเกิลจะดำเนินการระงับบริการทันที
      
       ในเกณฑ์ Your name and Google Profiles นั้นมีเนื้อหาหลักอยู่ 4 ส่วน 1 คือชื่อจะต้องเป็นภาษาเดียวกันทั้งชื่อและนามสกุล โดยไม่อนุญาตให้ใส่คำนำหน้าชื่อ เช่น Dr. (ดร.) หรือ Prof. (ศ.) หากผู้ใช้ถูกเรียกด้วยชื่อหลายชื่อจะต้องเลือกเพียงชื่อเดียว แล้วใส่ชื่ออื่นในช่อง "ชื่ออื่น (Other Names)" ทั้งหมดนี้กูเกิลระบุว่าจะช่วยให้การค้นหาผู้ใช้ในกูเกิลพลัสทำได้ง่ายขึ้น
      
       2. ไม่ใส่อักขระพิเศษในชื่อและนามสกุล เมื่อ มีการสร้างประวัติในกูเกิลพลัส ระบบของกูเกิลจะตรวจสอบชื่อเพื่อหาอักขระที่ไม่ถูกใช้เป็นชื่อในโลกแห่งความ จริง เช่นตัวเลข เครื่องหมาย รวมถึงเครื่องหมายวรรคตอนก็ไม่สามารถนำมาใช้เป็นชื่อได้ 3. ประวัติและชื่อจะต้องใช้แทนตัว 1 บุคคลเท่านั้น กู เกิลระบุว่าระบบประวัติในกูเกิลพลัสยังไม่รองรับการสร้างชื่อบัญชีของกลุ่ม บุคคล หรือคู่สามีภรรยา ข้อนี้ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสร้างประวัติสำหรับองค์กรธุรกิจ และสัตว์เลี้ยง แต่กูเกิลเปิดช่องว่า อาจจะอนุโลมให้ในบางกรณี
      
       4. ห้ามใช้ชื่อบุคคลอื่น ข้อนี้กูเกิล เน้นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญโดยระบุว่าการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นจะทำให้ประวัติ นั้นถูกลบทิ้ง โดยหากใครสงสัยว่าถูกสวมรอย ให้ไปที่ประวัติของบุคคลนิรนามรายนั้นแล้วคลิกที่ "Report this person"
      
       ***ชื่อเล่นได้แต่ต้องมีชื่อจริง
      
       ข้อกำหนดของกูเกิลพลัสทำให้ผู้ที่ต้องการใช้ ชื่อเล่นหรือฉายาเฉพาะกลุ่ม จะต้องระบุชื่อดังกล่าวลงในช่อง Other Names แทน โดยยังคงต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริงในการลงทะเบียน จุดนี้โฮโรวิตซ์ยืนยันว่าการค้นหาบุคคลในกูเกิลพลัสจะสามารถตรวจสอบได้ครอบ คลุมข้อมูล Other Names ที่ผู้ใช้สามารถใส่ได้หลายชื่อด้วย ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการค้นหามากกว่าเครือข่ายสังคมอื่นๆ
      
       นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถกรอกข้อมูลการทำงาน (Employment) อาชีพ (Occupation) และการศึกษา (Education) เพื่อระบุข้อมูลตัวตนที่ชัดเจนบนกูเกิลพลัส ทั้งหมดนี้กูเกิลระบุว่าเป็นความจำเป็นเพื่อให้ได้มาตรฐานชุมชนกูเกิลพลัส ซึ่ง จะเป็นชุนชนที่ไม่มีการล่อลวงและมีคุณภาพกว่าชุมชนออนไลน์ที่เคยมีมาใน ประวัติศาสตร์ โดยกูเกิลจะปรับปรุงกระบวนการลงทะเบียนใช้บริการเพื่อให้ผู้ใช้ไม่พบปัญหา ถูกระงับบริการเพราะชื่อไม่ตรงตามเกณฑ์ในอนาคต
      
       โฮโรวิตซ์ยืนยันว่า การระงับบริการที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบบริการเท่านั้น แปลว่ากูเกิลอาจไม่ยึดเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อเปิดให้บริการกูเกิลพลัสจริงก็ได้หากพบว่าการใช้ชื่อจริงนั้นมีส่วนเสียมากกว่าดี โดยการระงับจะไม่มีผลต่อชื่อบัญชี Google Account สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆของกูเกิล ทั้งจีเมล หรือกูเกิลด็อคส์ ซึ่งยังมีความเข้าใจผิดในรายงานข่าวหลายฉบับก่อนหน้านี้
      
       "กฎการใช้ชื่อจริง"ในการลงทะเบียนกูเกิลพลัสของ กูเกิลถือเป็นมิติใหม่ที่โลกออนไลน์ทุกคนจับตามอง ว่ากูเกิลกำลังทดลองอะไรเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่แก่ชุมชนออนไลน์ในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวโลกออนไลน์มีความฝังใจว่าควรปกปิดตัวตนบนโลกออนไลน์ กระทั่งเครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ทำให้กระแสการใช้ชื่อจริงบนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น แต่ก็เป็นไปตามสมัครใจ และไม่มีกฏบังคับชัดเจนอย่างกูเกิลพลัส ซึ่งผลสุดท้าย กูเกิลพลัสจะสามารถเป็นสังคมใสสะอาดที่ไม่มีการหลอกลวงได้อย่างที่กูเกิล หวังไว้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องรอดูกันต่อไป
      
       Company Related Link :
       Google+

ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 27 กรกฎาคม 2554 เวลา 09:29 น.

Galaxy S II ประกาศศักดา ขายทะลุ 5 ล้านเครื่อง

Galaxy S II ประกาศศักดา ขายทะลุ 5 ล้านเครื่อง
แฟ้มภาพการเปิดตัว Galaxy S II ที่งาน MWC 2011 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
Galaxy S II หรือ Galaxy S2

บรรยากาศเปิดตัว Galaxy S II หรือ Galaxy S2 ในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

Galaxy S II กับพรีเซนเตอร์สุดหล่อ

ซัม ซุง (Samsung) ยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออันดับ 2 ของโลก ออกแถลงการณ์ว่าสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด Galaxy S II ได้เกิน 5 ล้านเครื่องทั่วโลก นับตั้งแต่เริ่มเปิดขายในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
      
       ยอดจำหน่าย Galaxy S II จำนวนเกิน 5 ล้านเครื่องนั้นเชื่อว่ามาจากภูมิภาคยุโรปและเอเชีย เนื่องจาก Galaxy S II เริ่มเปิดตัวในเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ก่อนจะเริ่มจำหน่ายในยุโรปช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเพิ่งบุกตลาดญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายน
      
       คาด ว่า ยอดจำหน่าย Galaxy S II จะมีแนวโน้มเติบโตยิ่งขึ้นอีกเนื่องจาก Galaxy S II เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายในจีนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีกำหนดจะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐฯช่วงเดือนหน้า (สิงหาคม 54)
      
       ถือว่ายอดจำหน่าย Galaxy S II นั้นเป็นไปตามความคาดหมายของซัมซุง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ซัมซุงระบุว่าตั้งเป้าจำหน่าย Galaxy S II ให้ได้ 10 ล้านเครื่องทั่วโลก เท่ากับซัมซุงสามารถเดินมาได้ครึ่งทางทั้งที่ยังไม่ได้วางจำหน่ายครบ 120 ประเทศอย่างที่หวังไว้
      
       Galaxy S II หรือ Galaxy S2 นั้นเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่มีตัวเครื่องบางเฉียบ 8.49 มม. หนัก 116 กรัม ใช้ซีพียู Snapdragon ดูอัลคอร์ ความเร็ว 1GHz, RAM 1GB มาพร้อมกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัส และกล้องตัวหน้าสำหรับวิดีโอ คอลล์ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ใช้หน้าจอแสดงผล Gorilla Glass Super AMOLED Plus ขนาด 4.3 นิ้ว และอินเตอร์เฟส Touchwiz 4.0 รองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง HSPA+ สูงสุด 21Mbps และบลูทูธ 3.0
      
       Company Related Link :
       Samsung


ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 28 กรกฎาคม 2554 เวลา 09:43 น.

"อินเดีย" แชมป์ประเทศใช้ Gmail มากที่สุดในโลก

"อินเดีย" แชมป์ประเทศใช้ Gmail มากที่สุดในโลก
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เป็นที่รู้กันดีว่าหน่วยงานราชการแดนภารตะหลายแห่งขาน รับใช้งานบริการรับส่งอีเมลฟรีกับบริการจีเมล (Gmail) ของกูเกิล ขณะเดียวกัน โลกก็รับรู้ถึงความต้องการของหน่วยงานความมั่นคงอินเดียที่เรียกร้องให้กู เกิลอนุญาตให้รัฐบาลอินเดียเข้าไปตรวจสอบชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมลในประเทศ ทั้งหมดนี้ไม่น่าแปลกใจเมื่อบริษัทวิจัยพบว่า อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีสัดส่วนการใช้งานบริการจีเมลสูงที่สุดในโลก โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าสหรัฐฯบ้านเกิดกูเกิลมากกว่า 2 เท่าตัว
      
       ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดออนไลน์คอมสกอร์ (Comscore) พบว่าส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้งานจีเมลในอินเดียนั้นคิดเป็น 62% คิดเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก เหนือกว่าบราซิลที่มีผู้ใช้จีเมลราว 41% ซึ่งทำให้บราซิลคว้าตำแหน่งประเทศอันดับ 2 ที่มีการใช้งานจีเมลมากที่สุดในโลก นำหน้าอันดับ 3 คือสหรัฐฯที่มีสัดส่วนการใช้งาน 29%
      
       แอนดริว ลิปสแมน (Andrew Lipsman) รองประธานฝ่ายวิเคราะห์อุตสาหกรรมของคอมสกอร์ อธิบายว่าสัดส่วนดังกล่าวคำนวณรวมทั้งการใช้งานจีเมลแบบส่วนตัวและในการทำ งาน ซึ่งเมื่ออินเดียเป็นประเทศที่มีการใช้งานจีเมลมากที่สุด แปลว่าอินเดียจะเป็นตลาดสำคัญสำหรับบริการและผลิตภัณฑ์ต่างๆแบรนด์กูเกิล ด้วย
      
       ปัจจุบัน จีเมลคือบริการอีเมลที่มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐฯรองจากฮอตเมล โดยอัตราการใช้งานจีเมลทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้น 32% ในปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 24% ในสหรัฐฯ, 91% ในบราซิล และ 16% ในอินเดีย
      
       ความนิยมจีเมลในอินเดียทำให้บริการเครือข่ายสังคมใหม่ล่าสุดของกู เกิลอย่างกูเกิลพลัส (Google+) ได้รับความนิยมตามไปด้วย โดยข้อมูลจากคอมสกอร์พบว่า อินเดียนั้นมีผู้ใช้งานกูเกิลพลัสราว 2.8 ล้านคน เป็นรองเพียงสหรัฐฯที่มีผู้ใช้ 5.3 ล้านคน โดยสถิติดังกล่าวไม่น่าแปลกใจเมื่อพิจารณาตลาดเครือข่ายสังคมในอินเดียที่พบ ว่าบริการอันดับ 1 ในอินเดียช่วงกลางปี 2010 ที่ผ่านมานั้นไม่ใช่เฟซบุ๊ก (Facebook) แต่เป็นออร์คุต (Orkut) ที่มีผู้ใช้มากกว่า 19.7 ล้านคนในขณะนั้น
      
       อย่างไรก็ตาม ปลายเดือนมิถุนายนที่่ผ่านมา ตลาดผู้ใช้เฟซบุ๊กในแดนโรตีกลับขยับตัวสูงขึ้นก้าวกระโดดเป็น 34.5 ล้านราย ขณะที่ผู้ใช้ออร์คุตลดลงเหลือ 13.4 ล้านราย ซึ่งถือเป็นการลดลงที่น่าใจหายสำหรับกูเกิล
      
 Company Related Link :  Google

ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 28 กรกฎาคม 2554 เวลา 09:43 น.

ญี่ปุ่นนำร่อง ขายสมาร์ทโฟน “Mango” ตัวแรก ก.ย.นี้

ญี่ปุ่นนำร่อง ขายสมาร์ทโฟน “Mango” ตัวแรก ก.ย.นี้

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น



ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศความเคลื่อนไหวซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนวินโดว์สโฟนเซเว่น รุ่นอัปเดทล่าสุด “Windows Phone 7.5” หรือที่มีชื่อรหัสว่า Mango ว่า ได้ส่งถึงมือผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกแล้ว เท่ากับอีกไม่นาน สมาร์ทโฟน Mango จะเริ่มบุกตลาดทั่วโลกอย่างจริงจัง
      
       การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัว “IS12T” โทรศัพท์มือถือ Mango รุ่นแรกของโลก โดย โอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่น อย่างเคดีดีไอ (KDDI) ที่ได้ร่วมมือกับไมโครซอฟท์ประเทศญี่ปุ่น (Microsoft Japan) การันตีฝีมือการผลิตโดยฟูจิตสึโตชิบา (Fujitsu Toshiba Mobile Communications) กำหนดการวางตลาดคือ เดือนกันยายน ปีนี้
      
       ***Mango พร้อมรบ
      
       Terry Myerson รองประธานฝ่ายธุรกิจวินโดว์สโฟน แถลงไว้ในบล็อกบริษัท ว่า การส่งมอบ Mango ให้แก่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่เกิดขึ้นนั้น หมายถึงการผ่านขั้นตอนพัฒนาไปอีกขั้น โดยพันธมิตรไมโครซอฟท์ที่เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจะลงมือศึกษา และปรับแต่งวินโดว์สโฟนเวอร์ชันล่าสุดให้เข้ากับผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์อย่าง จริงจัง หลังจากไมโครซอฟท์ได้เพิ่มความสามารถมากกว่า 500 จุดลงใน Mango เรียบร้อยแล้ว
      
       Mango นั้น เป็นระบบปฏิบัติการ Windows Phone 7 ที่ไมโครซอฟท์นำมาอัปเกรดใหม่จนมีชื่อเล่นว่า เป็น Windows Phone 7.5 ใน งานเปิดตัว Mango เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์สร้างความฮือฮาให้ Mango ด้วยการระบุว่า ได้เพิ่มความสามารถใหม่มากกว่า 500 จุดเมื่อเทียบกับเวอร์ชัน 7 เดิม และจะมาพร้อมโปรแกรมเบราเซอร์ใหม่ล่าสุด Internet Explorer 9 (IE9) ที่ทำงานได้เร็วกว่า
      
       ผู้ผลิตที่ได้รับมอบ Mango คาดว่าจะได้แก่ ซัมซุง แอลจี เอชทีซี เอเซอร์ ฟูจิตสึ และแซททีอี ซึ่งคาดว่า จะเริ่มวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน Mango ได้ในปีนี้ และไมโครซอฟท์จะเปิดให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Windows Phone 7 อยู่แล้วสามารถอัปเดทระบบปฏิบัติการได้ภายในปลายปีนี้เช่นกัน
      
       ***สมาร์ทโฟน Mango ปลาดิบกันน้ำ
      
       สำหรับ IS12T ซึ่งเคดีดีไอ และไมโครซอฟท์ ประเทศญี่ปุ่น การันตีว่า เป็นสมาร์ทโฟน Mango รุ่นแรกของโลก นั้น มีดีกรีเป็นโทรศัพท์มือถือ Windows Phone เครื่องแรกในตลาดญี่ปุ่นเช่นกัน มาพร้อมกล้อง 13.2 ล้านพิกเซลพร้อมโฟกัสอัตโนมัติ ภายในมีหน่วยความจำ 32 กิกะไบต์ พร้อมรบในแดนปลาดิบเดือนกันยายน 54 เป็นต้นไป
      
       ข้อมูลเครื่องเบื้องต้น คือ IS12T สามารถกันน้ำได้ในระดับ IPX5 หน้าจอขนาด 3.7 นิ้ว WVGA ใช้ชิป MSM8655 ของควอลคอมม์ซึ่งไม่เปิดเผยความเร็ว (คาดว่าจะเป็น 1GHz) รองรับทั้ง Bluetooth (2.1 + EDR) และ WiFi (802.11b/g/n)
      
       ยังไม่มีรายงานราคาจำหน่ายในขณะนี้
      
       Company Related Link :
       Microsoft

ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 28 กรกฎาคม 2554 เวลา 09:44 น.

ทันโลกทันเหตุการณ์ NEW!!!